Duel Masters — How to Play, Keywords, and Official Rulings
Duel Masters คือเกมการ์ดแนว TCG (Trading Card Game) ที่ผู้เล่นจะสวมบทเป็น ผู้ใช้เวทมนตร์ (Duelist) เรียกเหล่ามอนสเตอร์และใช้เวทมนตร์จากการ์ดในเด็คของตัวเอง ต่อสู้กันแบบ 1 ต่อ 1 เพื่อทำลาย Shield ของฝ่ายตรงข้ามให้ครบ และโจมตีครั้งสุดท้ายให้สำเร็จ
การ์ดในเกมจะแบ่งเป็น สิ่งมีชีวิต (Creature), เวทมนตร์ (Spell), และการ์ดประเภทพิเศษต่าง ๆ แต่ละใบมีคุณสมบัติ ธาตุ (Civilization) และความสามารถที่แตกต่างกัน ทำให้การจัดเด็คและการวางแผนเป็นหัวใจสำคัญของเกมนี้
ทำลาย Shield ของคู่แข่งให้ครบทั้งหมด แล้วโจมตีอีกครั้งไปที่ผู้เล่นโดยตรง (Direct Attack) หากทำได้สำเร็จจะเป็นผู้ชนะในเกมนั้นทันที
{Creature} ที่มี W-Breaker (หรือ Double Breaker) เวลาโจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” (ไม่ถูกบล็อก) จะ break ชิลด์ 2 ใบ แทน 1 ใบ (ถ้าชิลด์เหลือน้อยกว่า
{Creature} ที่มี W-Breaker (หรือ Double Breaker) เวลาโจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” (ไม่ถูกบล็อก) จะ break ชิลด์ 2 ใบ แทน 1 ใบ (ถ้าชิลด์เหลือน้อยกว่า 2 ก็ break เท่าที่เหลือ) แต่ถ้าการโจมตีนั้นถูก Blocker บล็อกจนต้องแบทเทิลกับ {Creature} ที่บล็อก จะ ไม่ break ชิลด์ จากการโจมตีครั้งนั้น
{Creature} ที่มี T-Breaker (หรือ Triple Breaker) เวลาโจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” (ไม่ถูกบล็อก) จะ break ชิลด์ 3 ใบ แทน 1 ใบ (ถ้าชิลด์เหลือน้อยกว่า
{Creature} ที่มี T-Breaker (หรือ Triple Breaker) เวลาโจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” (ไม่ถูกบล็อก) จะ break ชิลด์ 3 ใบ แทน 1 ใบ (ถ้าชิลด์เหลือน้อยกว่า 3 ก็ break เท่าที่เหลือ) แต่ถ้าการโจมตีนั้นถูก Blocker บล็อกจนต้องแบทเทิลกับ {Creature} ที่บล็อก จะ ไม่ break ชิลด์ จากการโจมตีครั้งนั้น
{Creature} ที่มี Q-Breaker เวลาโจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” (ไม่ถูกบล็อก) จะ break ชิลด์ 4 ใบ แทน 1 ใบ (ถ้าชิลด์เหลือน้อยกว่า 4 ก็ break เท่าที่เหลื
{Creature} ที่มี Q-Breaker เวลาโจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” (ไม่ถูกบล็อก) จะ break ชิลด์ 4 ใบ แทน 1 ใบ (ถ้าชิลด์เหลือน้อยกว่า 4 ก็ break เท่าที่เหลือ) แต่ถ้าการโจมตีนั้นถูก Blocker บล็อกจนต้องแบทเทิลกับ {Creature} ที่บล็อก จะ ไม่ break ชิลด์ จากการโจมตีครั้งนั้น
เมื่อ {Creature} ที่มี Galaxy Breaker โจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” มันจะ break ชิลด์ของคู่แข่งทั้งหมด และ หลังการโจมตีนั้นจบแล้ว จะ break ชิลด์ของเร
เมื่อ {Creature} ที่มี Galaxy Breaker โจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” มันจะ break ชิลด์ของคู่แข่งทั้งหมด และ หลังการโจมตีนั้นจบแล้ว จะ break ชิลด์ของเราเองทั้งหมด ด้วย (ชิลด์ของเราจะถูก break หลังจากจัดการพวก S-Trigger / G-Strike ของคู่แข่ง และความสามารถที่ “หลังการโจมตี” ให้ครบก่อน)
เวลา {Creature} ที่มี Crew Breaker — “X” โจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” (ไม่ถูก Blocker) มันจะ break ชิลด์เพิ่มอีก 1 ใบต่อ “{Creature} ของเรา ตัวอื่น”
เวลา {Creature} ที่มี Crew Breaker — “X” โจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” (ไม่ถูก Blocker) มันจะ break ชิลด์เพิ่มอีก 1 ใบต่อ “{Creature} ของเรา ตัวอื่น” ในแบทเทิลโซนที่ตรงเงื่อนไข “X” (รวมแล้ว = 1 ใบพื้นฐาน + จำนวนตัวอื่นที่ตรงเงื่อนไข) แต่ถ้าโดนบล็อกจนต้องแบทเทิล จะ ไม่ break ชิลด์ จากการโจมตีครั้งนั้น.
{Creature} ที่มี World Breaker เวลาโจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” (ไม่ถูก Blocker) จะ break ชิลด์ของคู่แข่งทั้งหมด ในครั้งนั้น (ไม่ว่าคู่แข่งจะมีชิลด์
{Creature} ที่มี World Breaker เวลาโจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” (ไม่ถูก Blocker) จะ break ชิลด์ของคู่แข่งทั้งหมด ในครั้งนั้น (ไม่ว่าคู่แข่งจะมีชิลด์กี่ใบก็ตาม) และถ้ามีชิลด์บางใบถูก “กัน break” ไว้ (เช่นด้วย Shield Saver) ชิลด์ใบนั้นจะ ไม่ถูก break ซ้ำ ในการโจมตีครั้งเดียวกัน.
เวลา {Creature} ที่มี Civilization Breaker โจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” (ไม่ถูก Blocker) มันจะ break ชิลด์ตามจำนวน “อารยธรรมที่มีอยู่ในมานาโซนของเรา
เวลา {Creature} ที่มี Civilization Breaker โจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” (ไม่ถูก Blocker) มันจะ break ชิลด์ตามจำนวน “อารยธรรมที่มีอยู่ในมานาโซนของเรา” (นับแบบจำนวนอารยธรรมที่แตกต่างกัน เช่นมี {Dark}+{Fire}+{Water} = break 3 ใบ) และถ้าขณะ break เราไม่มีการ์ดสีเดียวในมานาโซนเลย Civilization Breaker จะไม่เพิ่มจำนวน break ดังนั้นจะ break แค่ 1 ใบตามปกติ.
เวลา {Creature} ที่มี Infinity Breaker โจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” (ไม่ถูก Blocker) เราสามารถ เลือกชิลด์ของคู่แข่งได้จำนวนเท่าไหร่ก็ได้ แล้ว break
เวลา {Creature} ที่มี Infinity Breaker โจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” (ไม่ถูก Blocker) เราสามารถ เลือกชิลด์ของคู่แข่งได้จำนวนเท่าไหร่ก็ได้ แล้ว break พร้อมกันทั้งหมด ตามจำนวนที่เลือก (ถ้าโดนบล็อกจนต้องแบทเทิล จะไม่ break ชิลด์จากการโจมตีครั้งนั้น)
เวลา {Creature} ที่มี Powered Breaker โจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” มันจะ break ชิลด์เพิ่มขึ้นตามพลัง โดย ทุกๆ 6000 พลัง จะ break เพิ่ม 1 ใบ (รวมแล้ว
เวลา {Creature} ที่มี Powered Breaker โจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” มันจะ break ชิลด์เพิ่มขึ้นตามพลัง โดย ทุกๆ 6000 พลัง จะ break เพิ่ม 1 ใบ (รวมแล้วอย่างน้อย 1 ใบเสมอ) เช่น พลัง 6000–11999 → break 2 ใบ 12000–17999 → break 3 ใบ … ไปเรื่อยๆ เพิ่มเติมสั้นๆ: นับจาก “พลังตอนโจมตีจริง” ถ้ามีพลังเพิ่มระหว่างโจมตี ก็ทำให้จำนวน break เพิ่มตามนั้น ถ้ามีหลาย Breaker พร้อมกัน (เช่น Double Breaker กับ Powered Breaker) จะ เลือกใช้ได้แค่อย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ซ้อนกัน
ใน เทิร์นที่ {Creature} นี้ “เมื่อเล่น” ลงสนาม ถ้ามันโจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” จนจะ break ชิลด์ ได้ ก่อน break แต่ละใบ เราสามารถ ทำลาย {Creature}
ใน เทิร์นที่ {Creature} นี้ “เมื่อเล่น” ลงสนาม ถ้ามันโจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” จนจะ break ชิลด์ ได้ ก่อน break แต่ละใบ เราสามารถ ทำลาย {Creature} ของคู่แข่ง 1 ตัว ได้ก่อน แล้วค่อยไป break ชิลด์ใบนั้น (ถ้า break ได้ N ใบ ก็ทำลายได้ N ตัว) และถ้าเทิร์นถัดไปแล้ว จะไม่ทำลายก่อน break แบบนี้อีก (เหลือแค่ break ปกติ).
เป็นความสามารถที่ รวม 2 อย่างเข้าด้วยกัน คือ โจมตีผู้เล่นแล้วการโจมตี “ผ่าน” จะ break ชิลด์ 2 ใบ (เหมือน Double Breaker) ถ้าเป็นเทิร์นที่ {Creature} น
เป็นความสามารถที่ รวม 2 อย่างเข้าด้วยกัน คือ โจมตีผู้เล่นแล้วการโจมตี “ผ่าน” จะ break ชิลด์ 2 ใบ (เหมือน Double Breaker) ถ้าเป็นเทิร์นที่ {Creature} นี้ “เมื่อเล่น” ลงสนาม ก่อนจะ break แต่ละใบ เราสามารถ ทำลาย {Creature} ของคู่แข่ง 1 ตัว ได้ก่อน (ทำได้ “ตามจำนวนชิลด์ที่ break ได้จริง”) — ถ้า break ได้ 1 ใบ ก็ทำลายได้ 1 ตัว; ถ้า break ไม่ได้เลย ก็ทำลายไม่ได้.
เวลา {Creature} ที่มี Dragon Double Breaker โจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” มันจะ break ชิลด์ 2 ใบ และ ก่อน break แต่ละใบ เราเลือกได้ว่า นำการ์ดใบบนสุด
เวลา {Creature} ที่มี Dragon Double Breaker โจมตีผู้เล่นและการโจมตี “ผ่าน” มันจะ break ชิลด์ 2 ใบ และ ก่อน break แต่ละใบ เราเลือกได้ว่า นำการ์ดใบบนสุดของเด็คของเรา 1 ใบไป “เพิ่มเป็นชิลด์แบบคว่ำหน้า” หรือ นำการ์ดใบบนสุดของเด็คของเรา 1 ใบไป “วางทับบนชิลด์ของเรา 1 ใบแบบหงายหน้า”(ถ้าเรามีชิลด์ 0 ใบ จะเลือกได้แค่อย่างแรก) และถ้าโจมตีแล้วถูก Blocker เปลี่ยนเป้าไปเป็น {Creature} จะไม่ทำขั้นตอนนี้เพราะไม่ได้ break ชิลด์จริง.
เวลา {Creature} ที่มี Next Breaker จะ break ชิลด์ ของคู่แข่ง ถ้าชิลด์ใบนั้น ไม่มีการ์ดหงายหน้าอยู่เลย (คือเป็นชิลด์คว่ำล้วน) จะ ไม่ break แต่คู่แข่งจะ
เวลา {Creature} ที่มี Next Breaker จะ break ชิลด์ ของคู่แข่ง ถ้าชิลด์ใบนั้น ไม่มีการ์ดหงายหน้าอยู่เลย (คือเป็นชิลด์คว่ำล้วน) จะ ไม่ break แต่คู่แข่งจะ พลิกการ์ดในชิลด์ใบนั้นทั้งหมดให้หงายหน้าแทน (ชิลด์ยังอยู่เหมือนเดิม แค่กลายเป็นหงายหน้า) แต่ถ้าชิลด์ใบนั้นมีการ์ดหงายหน้าอยู่แล้ว จะ break ตามปกติ.
ถ้า {Creature} ของเรามี Blocker และยัง “อันแท็ป” อยู่ เราสามารถเลือกให้มันบล็อกการโจมตีของคู่แข่งได้หลังประกาศโจมตีแล้ว การโจมตีนั้นจะเปลี่ยนเป้าหมายม
ถ้า {Creature} ของเรามี Blocker และยัง “อันแท็ป” อยู่ เราสามารถเลือกให้มันบล็อกการโจมตีของคู่แข่งได้หลังประกาศโจมตีแล้ว การโจมตีนั้นจะเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็น {Creature} ที่บล็อกและเข้าสู่บาเทิลทันที (1 การโจมตีบล็อกได้ 1 ตัว) แต่ถ้าผู้โจมตีมีข้อความว่า “can’t be blocked” จะบล็อกไม่ได้
เมื่อ {Creature} ของเรา (ตัวอื่น) ถูกเลือกเป็นเป้าหมายโจมตี เราสามารถทำให้ {Creature} ที่มี Guardman “แท็ป” เพื่อ เปลี่ยนเป้าหมายการโจมตี ให้หันมาโจมต
เมื่อ {Creature} ของเรา (ตัวอื่น) ถูกเลือกเป็นเป้าหมายโจมตี เราสามารถทำให้ {Creature} ที่มี Guardman “แท็ป” เพื่อ เปลี่ยนเป้าหมายการโจมตี ให้หันมาโจมตี {Creature} ที่มี Guardman แทนได้ (จังหวะเลือกใช้จะเหมือนตอนเลือกใช้ Blocker) และเพราะ Guardman ไม่ใช่ Blocker ต่อให้ผู้โจมตีมีข้อความว่า “ไม่สามารถถูกบล็อกได้” ก็ยังใช้ Guardman เปลี่ยนเป้าได้
มื่อ {Creature} ที่มี Just Diver “ออกมาเล่น” แล้ว จนถึง ตอนเริ่มเทิร์นถัดไปของเรา {Creature} นั้นจะ ไม่สามารถถูกคู่แข่งเลือกเป็นเป้าหมายเอฟเฟกต์ และ จ
มื่อ {Creature} ที่มี Just Diver “ออกมาเล่น” แล้ว จนถึง ตอนเริ่มเทิร์นถัดไปของเรา {Creature} นั้นจะ ไม่สามารถถูกคู่แข่งเลือกเป็นเป้าหมายเอฟเฟกต์ และ จะไม่ถูกโจมตี (คู่แข่งเลือกให้โจมตีมันไม่ได้) หมายเหตุสั้นๆ: เอฟเฟกต์ที่ “ไม่เลือกเป้า” (เช่นเอฟเฟกต์กวาดทั้งสนาม) ยังมีโอกาสโดนได้ เพราะ Just Diver กันเฉพาะ “การเลือกเป้า” และ “การถูกโจมตี”
Saver คือความสามารถแบบ “แทนที่ (replacement)” ที่ให้เราเลือกใช้ได้ตอนที่การ์ด/สิ่งที่ระบุไว้ “กำลังจะถูกทำลาย” — เราสามารถ ทำลาย {Creature} ที่มี Save
Saver คือความสามารถแบบ “แทนที่ (replacement)” ที่ให้เราเลือกใช้ได้ตอนที่การ์ด/สิ่งที่ระบุไว้ “กำลังจะถูกทำลาย” — เราสามารถ ทำลาย {Creature} ที่มี Saver แทน เพื่อทำให้เป้าหมายที่ถูกปกป้อง ยังคงอยู่ในแบทเทิลโซน (บางใบจะระบุชนิดที่ปกป้อง เช่น Dragon/Shield ฯลฯ) และโดยหลัก เอฟเฟกต์แบบแทนที่เลือกใช้พร้อมกันได้แค่อย่างเดียวในเหตุการณ์เดียว.
Ultra Saver เป็นเอฟเฟกต์แบบ “แทนที่ (replacement)” ที่ให้เราใช้ได้ตอนที่การ์ด/สิ่งที่ระบุไว้ กำลังจะออกจากแบทเทิลโซน — เราสามารถเลือกให้ ทำลาย {ครีเจอ
Ultra Saver เป็นเอฟเฟกต์แบบ “แทนที่ (replacement)” ที่ให้เราใช้ได้ตอนที่การ์ด/สิ่งที่ระบุไว้ กำลังจะออกจากแบทเทิลโซน — เราสามารถเลือกให้ ทำลาย {Creature} ที่มี Ultra Saver แทน เพื่อให้เป้าหมาย “ไม่ออกจากแบทเทิลโซน” ได้ และโดยหลัก ใช้แทนที่ซ้ำซ้อนไม่ได้ในเหตุการณ์เดียว (เลือกใช้ได้อย่างใดอย่างหนึ่ง) รวมถึง Ultra Saver 1 ตัวป้องกันได้ทีละ 1 ใบ เพราะพอมันถูกทำลายแล้วก็ใช้ต่อกับใบอื่นในจังหวะเดียวกันไม่ได้เสริม: Ultra Saver บางกรณีสามารถ “ป้องกันตัวเอง” ได้ด้วย (เลือกทำลายตัวเองแทนการออกจากแบทเทิลโซน)
เมื่อชิลด์ของเรากำลังจะถูก “break” เราสามารถเลือกทำลาย {Creature} ที่มี Shield Saver แทนได้ เพื่อให้ชิลด์ใบนั้น ไม่ถูก break (ใช้ได้กับการ break จากกา
เมื่อชิลด์ของเรากำลังจะถูก “break” เราสามารถเลือกทำลาย {Creature} ที่มี Shield Saver แทนได้ เพื่อให้ชิลด์ใบนั้น ไม่ถูก break (ใช้ได้กับการ break จากการโจมตีหรือเอฟเฟกต์ก็ได้) แต่ถ้าเหตุการณ์นั้น “ไม่ใช่การ break” (เช่นถูกย้ายไปโซนอื่น/ถูก burn ที่ไม่ถือว่า break) จะใช้ Shield Saver ไม่ได้ และถ้า {ครีเจเจอร์} ที่จะทำลาย “ถูกทำลายไม่ได้/ออกจากแบทเทิลโซนไม่ได้” ก็จะใช้ Shield Saver แทนที่ไม่ได้เช่นกัน.
Power Attacker +N คือระหว่างที่ {Creature} นี้ “โจมตี” พลังของมันจะ +N เฉพาะช่วงนั้น (นับตั้งแต่ประกาศโจมตีจนการโจมตีนั้นจบ) ไม่ได้ค้างถึงจบเทิร์น และ
Power Attacker +N คือระหว่างที่ {Creature} นี้ “โจมตี” พลังของมันจะ +N เฉพาะช่วงนั้น (นับตั้งแต่ประกาศโจมตีจนการโจมตีนั้นจบ) ไม่ได้ค้างถึงจบเทิร์น และจะ ไม่เพิ่มพลังตอนโดนโจมตี/ตอนบล็อก (เพิ่มเฉพาะตอนตัวมันเป็นฝ่ายโจมตีเท่านั้น)
{Creature} ที่มี Speed Attacker สามารถโจมตีได้ทันทีในเทิร์นที่ลงสนาม (ไม่ต้องรอเทิร์นถัดไป)
{Creature} ที่มี Speed Attacker สามารถโจมตีได้ทันทีในเทิร์นที่ลงสนาม (ไม่ต้องรอเทิร์นถัดไป)
ในเทิร์นที่ {Creature} นี้ “เมื่อเล่น” ลงสนาม มันสามารถโจมตี {Creature} ของคู่แข่งได้ ไม่ว่าจะอยู่สถานะ “แท็ป/อันแท็ป” ก็ตาม แต่ไม่สามารถโจมตีผู้เล่นไ
ในเทิร์นที่ {Creature} นี้ “เมื่อเล่น” ลงสนาม มันสามารถโจมตี {Creature} ของคู่แข่งได้ ไม่ว่าจะอยู่สถานะ “แท็ป/อันแท็ป” ก็ตาม แต่ไม่สามารถโจมตีผู้เล่นได้ ด้วย Mach Fighter เพียงอย่างเดียว (ทำได้แค่เทิร์นที่ลงเล่นเท่านั้น)
ถ้า {Creature} ที่มี Slayer “แบทเทิล” กับ {Creature} ของคู่แข่ง เมื่อจบแบทเทิล {Creature} ของคู่แข่งที่แบทเทิลกับมันจะถูกทำลายเสมอ ไม่ว่าพลังจะมากกว่า
ถ้า {Creature} ที่มี Slayer “แบทเทิล” กับ {Creature} ของคู่แข่ง เมื่อจบแบทเทิล {Creature} ของคู่แข่งที่แบทเทิลกับมันจะถูกทำลายเสมอ ไม่ว่าพลังจะมากกว่าหรือน้อยกว่า (ส่วน {Creature} Slayer เองจะถูกทำลายหรือไม่ ยังตัดสินตามพลังแบทเทิลตามปกติ)
Charger คือความสามารถที่ทำให้หลังใช้การ์ดนี้แล้ว การ์ดจะไม่ไปสุสาน แต่จะถูกวางในมานาโซนแบบแท็ป ช่วยเพิ่มมานาให้เราในเทิร์นถัดไป (พบบ่อยใน {Spell})
Charger คือความสามารถที่ทำให้หลังใช้การ์ดนี้แล้ว การ์ดจะไม่ไปสุสาน แต่จะถูกวางในมานาโซนแบบแท็ป ช่วยเพิ่มมานาให้เราในเทิร์นถัดไป (พบบ่อยใน {Spell})
Sympathy คือความสามารถ “ลดคอสต์” ตอนที่เราจะเล่นการ์ดใบนั้น โดย ลดคอสต์ลง 1 ต่อจำนวนการ์ด/วัตถุฝั่งเราที่อยู่ใน แบทเทิลโซน และ “ตรงตามเงื่อนไขที่ Symp
Sympathy คือความสามารถ “ลดคอสต์” ตอนที่เราจะเล่นการ์ดใบนั้น โดย ลดคอสต์ลง 1 ต่อจำนวนการ์ด/วัตถุฝั่งเราที่อยู่ใน แบทเทิลโซน และ “ตรงตามเงื่อนไขที่ Sympathy ระบุ” (ส่วนมากจะเป็น {Creature} เผ่าที่กำหนด) และ คอสต์หลังลดแล้วจะไม่ต่ำกว่าจำนวนอารยธรรมของการ์ดใบนั้น (เช่น 1 สีต่ำสุด 1, 2 สีต่ำสุด 2).
เมื่อ {Creature} นี้ลงสนามด้วยการอัญเชิญ แสดงการ์ดใบบนสุดของเด็คเราจนกว่าจะเจอ {Creature} ที่มีค่าคอสต์น้อยกว่า {Creature} นี้ นำ {Creature} นั้นลงสนา
เมื่อ {Creature} นี้ลงสนามด้วยการอัญเชิญ แสดงการ์ดใบบนสุดของเด็คเราจนกว่าจะเจอ {Creature} ที่มีค่าคอสต์น้อยกว่า {Creature} นี้ นำ {Creature} นั้นลงสนาม การ์ดที่เหลือสับและนำกลับไปวางไว้ใต้เด็ค
G・Zero: ถ้าเงื่อนไขในความสามารถนี้เป็นจริง เราสามารถอัญเชิญ {Creature} นี้โดยไม่ต้องจ่ายคอสต์ได้
G・Zero: ถ้าเงื่อนไขในความสามารถนี้เป็นจริง เราสามารถอัญเชิญ {Creature} นี้โดยไม่ต้องจ่ายคอสต์ได้
เมื่อ {Creature} นี้ลงสนาม นำการ์ดใบบนสุดจากเด็คเรา 1 ใบเข้าชิลด์คว่ำ เมื่อ {Creature} นี้จะออกจากสนาม ให้นำชิลด์ใบนั้นลงสุสานแทน
เมื่อ {Creature} นี้ลงสนาม นำการ์ดใบบนสุดจากเด็คเรา 1 ใบเข้าชิลด์คว่ำ เมื่อ {Creature} นี้จะออกจากสนาม ให้นำชิลด์ใบนั้นลงสุสานแทน
การเปิดการ์ดใบบนสุดของกองการ์ดเพื่อวัดค่าร่ายแข่งกัน
การเปิดการ์ดใบบนสุดของกองการ์ดเพื่อวัดค่าร่ายแข่งกัน
Evolution คือวิธีเล่น {Evolution Creature} โดยนำการ์ดไป “วางทับ” บน {Creature} ที่เป็น Evolution base ที่ถูกต้องในแบทเทิลโซน (การ์ดฐานจะอยู่ใต้การ์ดที
Evolution คือวิธีเล่น {Evolution Creature} โดยนำการ์ดไป “วางทับ” บน {Creature} ที่เป็น Evolution base ที่ถูกต้องในแบทเทิลโซน (การ์ดฐานจะอยู่ใต้การ์ดที่วิวัฒน์ ไม่ได้ไปสุสาน) และจะถือว่าเป็น {Creature} ตัวเดิมต่อเนื่อง—สถานะ “แท็ป/อันแท็ป” และเอฟเฟกต์ที่ติดอยู่จะยังคงอยู่เหมือนเดิม อีกทั้ง {Evolution Creature} ไม่ติด summoning sickness จึงโจมตีได้ทันทีถ้าฐานโจมตีได้อยู่แล้ว; และเมื่อมันออกจากแบทเทิลโซน การ์ดทั้งกองที่ซ้อนอยู่จะออกไปพร้อมกันตามเอฟเฟกต์นั้นๆ
เป็นความสามารถที่ทำให้เราเล่น {Evolution Creature} โดยเลือก “{Creature} ที่ระบุ” 1 ใบจาก มานาโซน เป็น Evolution base ได้ แล้ววางการ์ด Evolution ใบทับบ
เป็นความสามารถที่ทำให้เราเล่น {Evolution Creature} โดยเลือก “{Creature} ที่ระบุ” 1 ใบจาก มานาโซน เป็น Evolution base ได้ แล้ววางการ์ด Evolution ใบทับบนการ์ดนั้นและ นำทั้งกองออกมาที่แบทเทิลโซนพร้อมกัน (ดังนั้นไม่ต้องมี Evolution base อยู่ในแบทเทิลโซนก็เล่นได้) และเพราะมันออกมาพร้อมกัน ความสามารถ “เมื่อเล่น” ของการ์ดฐานจะไม่ทำงาน.
Hand Evolution คือการเล่น {Evolution Creature} โดย เลือก {Creature} ที่ระบุ 1 ใบจาก “มือของเรา” ให้เป็น Evolution base แล้ว นำการ์ด Evolution ใบทับลงแ
Hand Evolution คือการเล่น {Evolution Creature} โดย เลือก {Creature} ที่ระบุ 1 ใบจาก “มือของเรา” ให้เป็น Evolution base แล้ว นำการ์ด Evolution ใบทับลงแบทเทิลโซนบนการ์ดใบนั้น (การ์ดฐานจะอยู่ใต้การ์ด Evolution เป็นกองเดียวกัน)
เป็นวิธีเล่น {Evolution Creature} โดย เลือก {Creature} ตามที่ระบุ 1 ใบจาก “สุสาน” ของเรา เป็น Evolution base แล้ว นำการ์ด Evolution ใบทับและออกมาที่แบ
เป็นวิธีเล่น {Evolution Creature} โดย เลือก {Creature} ตามที่ระบุ 1 ใบจาก “สุสาน” ของเรา เป็น Evolution base แล้ว นำการ์ด Evolution ใบทับและออกมาที่แบทเทิลโซน “พร้อมกัน” เป็น 1 ตัว (ไม่ได้เอาฐานขึ้นมาลงก่อน) ดังนั้น ความสามารถ “เมื่อเล่น” ของการ์ดฐานจะไม่ทำงาน.
เป็นคีย์เวิร์ดของ {Evolution Creature} ที่ให้เราเล่นโดย “วางทับ” บน {Creature} ของเราได้ 1 ใบขึ้นไป ที่ตรงเงื่อนไขที่การ์ดระบุ และสามารถใช้ฐานได้ กี่ใ
เป็นคีย์เวิร์ดของ {Evolution Creature} ที่ให้เราเล่นโดย “วางทับ” บน {Creature} ของเราได้ 1 ใบขึ้นไป ที่ตรงเงื่อนไขที่การ์ดระบุ และสามารถใช้ฐานได้ กี่ใบก็ได้ (ไม่จำกัดจำนวน) โดยการ์ดฐานทั้งหมดจะถูกซ้อนอยู่ใต้ตัว Evolution เป็นกองเดียวกัน (จึงมักใช้กับเอฟเฟกต์ที่อ้างถึงการ์ดใต้ตัวเอง) และ ไม่สามารถทำ 0 ใบ ได้—ต้องมีฐานอย่างน้อย 1 ใบเสมอ.
Ultimate Evolution คือการเล่น {Evolution Creature} โดย “วางทับ” บน {Evolution Creature} ของเรา 1 ใบ ที่ตรงเงื่อนไขที่การ์ดระบุ (แทนการวางทับบน {ครีเจอ
Ultimate Evolution คือการเล่น {Evolution Creature} โดย “วางทับ” บน {Evolution Creature} ของเรา 1 ใบ ที่ตรงเงื่อนไขที่การ์ดระบุ (แทนการวางทับบน {Creature} ปกติ) แล้วถือว่าเป็นตัวเดียวกันเป็นกองซ้อนเหมือน Evolution ปกติ.
เวลาเรา “เล่น” การ์ดที่มี Neo Evolution เราเลือกได้ 2 แบบ 1. ลงเป็น {Creature} ปกติ (ไม่วางทับใคร) → จะยังมีอาการลงมาแล้วโจมตีไม่ได้ในเทิร์นนี้ตามปกติ
เวลาเรา “เล่น” การ์ดที่มี Neo Evolution เราเลือกได้ 2 แบบ 1. ลงเป็น {Creature} ปกติ (ไม่วางทับใคร) → จะยังมีอาการลงมาแล้วโจมตีไม่ได้ในเทิร์นนี้ตามปกติ 2. ใช้ Neo Evolution โดย “วางทับ” บน {Creature} ของเราที่เป็นฐานตามเงื่อนไข → การ์ดนั้นจะถูกนับเป็น {Evolution Creature} และสามารถโจมตีได้ทันทีในเทิร์นที่ลงเล่น (ถ้าการ์ดใต้ฐานหายไปภายหลัง มันจะไม่ถูกนับเป็น {Evolution Creature} แล้ว)
Star Evolution คือการเล่นแบบ Evolution ปกติ (วางทับบน {Creature} ที่ตรงเงื่อนไข) แต่มีจุดเด่นคือ เวลาออกจากแบทเทิลโซน จะออกแค่ “การ์ดใบบนสุด” เท่านั้น
Star Evolution คือการเล่นแบบ Evolution ปกติ (วางทับบน {Creature} ที่ตรงเงื่อนไข) แต่มีจุดเด่นคือ เวลาออกจากแบทเทิลโซน จะออกแค่ “การ์ดใบบนสุด” เท่านั้น ส่วนการ์ดฐานที่อยู่ข้างใต้ ยังคงอยู่ในแบทเทิลโซน.
เป็นความสามารถของ {Creature} ประเภท S-MAX ที่ทำให้ ตอนเรากำลังจะ “แพ้เกม” เราสามารถ ทำลาย {Creature} ใบนั้นแทน หรือ ทิ้งการ์ดชื่อเดียวกันจากมือ 1 ใบ เ
เป็นความสามารถของ {Creature} ประเภท S-MAX ที่ทำให้ ตอนเรากำลังจะ “แพ้เกม” เราสามารถ ทำลาย {Creature} ใบนั้นแทน หรือ ทิ้งการ์ดชื่อเดียวกันจากมือ 1 ใบ เพื่อ “หลบการแพ้” ได้ 1 ครั้ง และเพราะเป็น {Evolution Creature} แบบไม่ต้องมีฐาน จึง โจมตีได้ทันทีในเทิร์นที่เมื่อเล่น; อีกทั้ง เรามี S-MAX อยู่ในแบทเทิลโซนได้แค่ 1 ตัว ถ้ามี 2 ตัวขึ้นไป ให้เหลือไว้ 1 ตัว ที่เหลือต้องกลับขึ้นมือทั้งหมด.
สามารถวาง{Evolution Creature} G-NEO ทับบน{Creature}อารยธรรมที่ระบุ 1 ตัวได้ โดยสืบทอดสถานะของครีเจอร์ใต้การ์ด (tapped/untapped, summoning sickness) G-
สามารถวาง{Evolution Creature} G-NEO ทับบน{Creature}อารยธรรมที่ระบุ 1 ตัวได้ โดยสืบทอดสถานะของครีเจอร์ใต้การ์ด (tapped/untapped, summoning sickness) G-NEO Evolution เป็น evolution แบบใหม่ที่เลือก source ได้หลายอารยธรรม
เมื่อเราจะแพ้เกมหรือเมื่อ {Creature} นี้จะออกจากสนาม เราสามารถทำลายการ์ดที่หงายหน้าอยู่ของเรา 3 ใบแทนได้ ({Creature} นี้ไม่จำเป็นต้องมี Evolution Sour
เมื่อเราจะแพ้เกมหรือเมื่อ {Creature} นี้จะออกจากสนาม เราสามารถทำลายการ์ดที่หงายหน้าอยู่ของเรา 3 ใบแทนได้ ({Creature} นี้ไม่จำเป็นต้องมี Evolution Source)
Keyword Ability — เมื่อ {Creature} ที่ตรงตามเงื่อนไข (เช่น ดราก้อนอารยธรรมที่ระบุ) ของเราโจมตี สามารถสลับ {Creature} นั้นกับการ์ดนี้จากมือได้ โดย {ครี
Keyword Ability — เมื่อ {Creature} ที่ตรงตามเงื่อนไข (เช่น ดราก้อนอารยธรรมที่ระบุ) ของเราโจมตี สามารถสลับ {Creature} นั้นกับการ์ดนี้จากมือได้ โดย {Creature} ที่โจมตีกลับมือ และการ์ดนี้ลงสนามแทน เงื่อนไขระบุไว้หลัง Revolution Change: เช่น ดราก้อนอารยธรรม {Light} หรือ {Water} ที่มีคอสต์ 5 ขึ้นไป
อัญเชิญ: เล่น {Creature} จากมือลงแบทเทิลโซนโดยจ่ายคอสต์
อัญเชิญ (Summon) คือการกระทำหลักในการนำ {Creature} จากมือเข้าสู่แบทเทิลโซน โดยจ่ายคอสต์เท่ากับที่ระบุบนการ์ด (ใช้แมน่าในมานาโซนที่ Untap อยู่) การอัญเชิญเป็น summon treatment ซึ่งจะโดนเอฟเฟกต์ที่ตอบโต้ "เมื่อคู่แข่งอัญเชิญ" เช่น Onikamasu แตกต่างจากการนำ {Creature} เข้าสู่แบทเทิลโซนด้วยวิธีอื่น (เช่น Invasion, D・D・D, เอฟเฟกต์ลงฟรี) ที่ไม่ถือเป็นการอัญเชิญ
ร่าย: เล่น {Spell} จากมือโดยจ่ายคอสต์ แล้วนำลงสุสาน
ร่าย (Cast) คือการเล่น {Spell} จากมือโดยจ่ายคอสต์เท่ากับที่ระบุบนการ์ด หลังร่ายเอฟเฟกต์แล้ว {Spell} จะถูกนำลงสุสาน (เว้นแต่มี {Charger}, Smash Burst หรือเอฟเฟกต์อื่นที่บอกให้ไปที่อื่น) การร่ายเป็น cast treatment โดนเอฟเฟกต์ตอบโต้ "เมื่อร่าย {Spell}" ได้
ทำลาย: นำ {Creature} จากแบทเทิลโซนลงสุสาน
ทำลาย (Destroy) คือการนำ {Creature} จากแบทเทิลโซนลงสุสาน เกิดได้หลายกรณี เช่น (1) แพ้แบทเทิล (2) พลังลดเหลือ 0 หรือต่ำกว่า (3) เอฟเฟกต์การ์ดสั่งทำลาย — เอฟเฟกต์บางอย่างเช่น {EX Life}, {Escape}, Saver สามารถแทนที่การทำลายได้
Tap: หมุนการ์ดข้างเพื่อแสดงว่าใช้แล้ว (โจมตีแล้ว/จ่ายแมน่าแล้ว)
Tap คือสถานะของการ์ดที่ถูก "ใช้งานแล้ว" ในเทิร์น โดยหมุนการ์ด 90° เพื่อแสดงสถานะ — ใช้ใน (1) การโจมตี: {Creature} ที่โจมตีจะ Tap (2) จ่ายแมน่า: การ์ดในมานาโซนที่ Tap ใช้จ่ายคอสต์ (3) Blocker: Tap ตัวเองเพื่อบล็อก (4) เอฟเฟกต์บางอย่างเช่น {Hyperify} ต้อง Tap {Creature} อื่นเป็น cost
Untap: หมุนการ์ดกลับให้ตั้งตรง (พร้อมใช้งาน)
Untap คือการหมุนการ์ดที่ Tap อยู่กลับไปสถานะตั้งตรง (พร้อมใช้งาน) — ทำใน Untap Step เป็นอันดับแรกของเทิร์น: Untap การ์ดทั้งหมดที่ Tap อยู่ในแบทเทิลโซนและมานาโซน — เอฟเฟกต์บางอย่างอาจสั่ง Untap เฉพาะการ์ดกลางเทิร์น
เบรคชิลด์: นำชิลด์ของคู่แข่งขึ้นมือ (กระตุ้น S・Trigger ได้)
เบรคชิลด์ (Break Shield) คือการ์ด {Creature} โจมตีผู้เล่นและการโจมตี "ผ่าน" (ไม่โดนบล็อก) จะเบรคชิลด์ของคู่แข่ง 1 ใบ (หรือมากกว่าถ้ามี Breaker) ชิลด์ที่ถูกเบรคจะถูกเพิ่มขึ้นมือคู่แข่ง — ถ้ามี {S・Trigger} บนชิลด์นั้น คู่แข่งสามารถเล่นได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายคอสต์
ทิ้ง: นำการ์ดจากมือลงสุสาน
ทิ้ง (Discard) คือการนำการ์ดจากมือลงสุสาน — เกิดจาก (1) เอฟเฟกต์สั่งทิ้ง (2) มือเกินกำหนด (กติกาพิเศษเกม) — ถ้าเป็น "สุ่มทิ้ง" คู่แข่งจะเลือกการ์ดแบบสุ่ม: เขียนว่า "สุ่มทิ้งการ์ดจากมือคู่แข่ง N ใบ"
จั่วการ์ด: นำการ์ดบนสุดของเด็คขึ้นมือ
จั่วการ์ด (Draw) คือการนำการ์ดใบบนสุดของเด็คเข้ามือ — เกิดใน Draw Step (1 ใบต่อเทิร์น ยกเว้นผู้เล่นแรกเทิร์นแรก) หรือจากเอฟเฟกต์การ์ด — ถ้าเด็คหมด (ไม่มีการ์ดให้จั่ว) ผู้เล่นแพ้ทันที
Hyperify: Tap {Creature} อื่นของเรา 1 ตัว (ในเมนสเต็ปของเรา สามารถปลดปล่อย {Hyper Mode} ได้ {Hyper Mode} จะคงอยู่จนถึงเริ่มเทิร์นถัดไปของเรา)
Hyperify: Tap {Creature} อื่นของเรา 1 ตัว (ในเมนสเต็ปของเรา สามารถปลดปล่อย {Hyper Mode} ได้ {Hyper Mode} จะคงอยู่จนถึงเริ่มเทิร์นถัดไปของเรา)
Over Hyperify: Tap {Creature} อื่นของเรา 2 ตัว (ในเมนสเต็ปของเรา สามารถปลดปล่อย {Hyper Mode} ได้ {Hyper Mode} จะคงอยู่จนถึงเริ่มเทิร์นถัดไปของเรา)
Over Hyperify: Tap {Creature} อื่นของเรา 2 ตัว (ในเมนสเต็ปของเรา สามารถปลดปล่อย {Hyper Mode} ได้ {Hyper Mode} จะคงอยู่จนถึงเริ่มเทิร์นถัดไปของเรา)
เมื่อเราจะอัญเชิญ {Creature} นี้ สามารถ Tap {Creature} ที่มีค่าคอสต์ต่างกันของเรากี่ใบก็ได้ ต่อ 1 ตัวที่ Tap ค่าคอสต์ลดลง 2 แต่ค่าคอสต์จะไม่กลายเป็น 0
เมื่อเราจะอัญเชิญ {Creature} นี้ สามารถ Tap {Creature} ที่มีค่าคอสต์ต่างกันของเรากี่ใบก็ได้ ต่อ 1 ตัวที่ Tap ค่าคอสต์ลดลง 2 แต่ค่าคอสต์จะไม่กลายเป็น 0 หรือต่ำกว่า
Shinkarise: สามารถวาง{Creature}วิวัฒนาการลงบน{Tama Seed}นี้ได้ (เมื่อ{Creature}ลงบน{Tama Seed}นี้ {Creature}นั้นจะได้ความสามารถ "เมื่อลงสนาม")
Shinkarise: สามารถวาง{Creature}วิวัฒนาการลงบน{Tama Seed}นี้ได้ (เมื่อ{Creature}ลงบน{Tama Seed}นี้ {Creature}นั้นจะได้ความสามารถ "เมื่อลงสนาม")
ความสามารถประจำการ์ดที่อยู่ใต้{Creature} (เป็น evolution source หรือวางใต้จากเอฟเฟกต์อื่น) เมื่อการ์ดที่มี Super Soul X อยู่ใต้{Creature}ตัวใด จะมอบคว
ความสามารถประจำการ์ดที่อยู่ใต้{Creature} (เป็น evolution source หรือวางใต้จากเอฟเฟกต์อื่น) เมื่อการ์ดที่มี Super Soul X อยู่ใต้{Creature}ตัวใด จะมอบความสามารถที่ระบุต่อจาก Super Soul X ให้{Creature}ตัวนั้น — ทำให้การ์ดใต้สนามยังมีบทบาทในเกม
J・O・E [X]: สามารถอัญเชิญ{Creature}นี้โดยจ่ายค่าน้อยลง X ได้ ถ้าทำเช่นนั้น เมื่อสิ้นสุดเทิร์น วาง{Creature}นี้ไว้ใต้เด็ค ถ้าวางแล้ว จั่วการ์ด 1 ใบ
J・O・E [X]: สามารถอัญเชิญ{Creature}นี้โดยจ่ายค่าน้อยลง X ได้ ถ้าทำเช่นนั้น เมื่อสิ้นสุดเทิร์น วาง{Creature}นี้ไว้ใต้เด็ค ถ้าวางแล้ว จั่วการ์ด 1 ใบ
Zet Rush: เมื่อมีการ์ดออกจากชิลด์โซน จนถึงต้นเทิร์นถัดไปของเรา ให้ปลดปล่อย {Hyper Mode} ของ {Creature} นี้
Zet Rush: เมื่อมีการ์ดออกจากชิลด์โซน จนถึงต้นเทิร์นถัดไปของเรา ให้ปลดปล่อย {Hyper Mode} ของ {Creature} นี้
B・A・D: ลดคอสต์ลง 1 ในเทิร์นลง แต่จบเทิร์นจะถูกนำลงสุสาน
B・A・D (Black Arts Death) คือ keyword ability ที่ให้เราสามารถอัญเชิญ {Creature} นี้โดยลดคอสต์ลง 1 ได้ แต่ {Creature} ที่ลงด้วย B・A・D จะถูกนำลงสุสานเมื่อจบเทิร์นที่ลง — ถ้านำ {Creature} ที่ลงด้วย B・A・D ไปอัญเชิญทับ {Evolution Creature} ในเทิร์นนั้น {Evolution Creature} จะไม่ถูกส่งลงสุสานตอนจบเทิร์น
Kizuna Plus: ใช้ ability "oP" ซ้ำได้ 1 ครั้งต่อ {Creature} ที่มี ability ตรงกัน
Kizuna Plus คือ keyword ที่ให้ใช้ ability "oP" (on-attack plus) ซ้ำได้เมื่อ {Creature} นี้มี {Creature} ตัวอื่นในแบทเทิลโซนที่มี ability ตรงกัน — ใช้ได้ 1 ครั้งต่อ 1 ตัวที่ตรงเงื่อนไข และสามารถเลือกลำดับการใช้ได้
ถ้าการ์ดที่มี S-Trigger อยู่ในชิลด์ของเรา และชิลด์ใบนั้นถูก break เราสามารถ แสดงการ์ดนั้นให้คู่แข่งดู แล้ว เล่นทันทีแบบไม่ต้องจ่ายคอสต์ (ถ้าเป็น {สเปล
ถ้าการ์ดที่มี S-Trigger อยู่ในชิลด์ของเรา และชิลด์ใบนั้นถูก break เราสามารถ แสดงการ์ดนั้นให้คู่แข่งดู แล้ว เล่นทันทีแบบไม่ต้องจ่ายคอสต์ (ถ้าเป็น {Spell} ก็ร่ายทันที / ถ้าเป็น {Creature} ก็อัญเชิญทันที) จากนั้นค่อย แสดงเอฟเฟกต์ ตามปกติ ถ้าไม่ใช้ S-Trigger การ์ดใบนั้นก็จะขึ้นมือเป็นปกติ ถ้า break พร้อมกันหลายใบ เราเลือกใช้ S-Trigger ทีละใบได้ตามลำดับที่ต้องการ
S・Trigger Plus: เมื่อการ์ดนี้ถูกเพิ่มจากชิลด์โซนขึ้นมือ ถ้าชิลด์ถูกเบรค 2 ใบขึ้นไปพร้อมกัน สามารถเล่นได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายค่า
S・Trigger Plus: เมื่อการ์ดนี้ถูกเพิ่มจากชิลด์โซนขึ้นมือ ถ้าชิลด์ถูกเบรค 2 ใบขึ้นไปพร้อมกัน สามารถเล่นได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายค่า
ถ้าการ์ดที่มี G-Strike ถูก “เพิ่มจากชิลด์โซนขึ้นมือ” (เช่น ตอนชิลด์ถูกเบรกแล้วเราหยิบชิลด์ขึ้นมือ) เราสามารถแสดงการ์ดนั้นให้คู่แข่งดูและประกาศใช้ G-St
ถ้าการ์ดที่มี G-Strike ถูก “เพิ่มจากชิลด์โซนขึ้นมือ” (เช่น ตอนชิลด์ถูกเบรกแล้วเราหยิบชิลด์ขึ้นมือ) เราสามารถแสดงการ์ดนั้นให้คู่แข่งดูและประกาศใช้ G-Strike ได้ จากนั้นเมื่อ แสดงเอฟเฟกต์ ให้เลือก {Creature} ของคู่แข่ง 1 ตัว และทำให้ตัวนั้น “โจมตีไม่ได้” ในเทิร์นนั้น (การ์ดใบนั้นยังคงอยู่ที่มือเรา)
เมื่อมีการ์ดจากชิลด์โซนของเรา “กำลังจะถูกเพิ่มขึ้นมือ” (จากการ break หรือเอฟเฟกต์) เราสามารถประกาศใช้ S-Back ได้: ถ้าการ์ดชิลด์ใบนั้นเป็น “ชนิด/อารยธร
เมื่อมีการ์ดจากชิลด์โซนของเรา “กำลังจะถูกเพิ่มขึ้นมือ” (จากการ break หรือเอฟเฟกต์) เราสามารถประกาศใช้ S-Back ได้: ถ้าการ์ดชิลด์ใบนั้นเป็น “ชนิด/อารยธรรม/เงื่อนไข” ที่ระบุไว้ใน S-Back ให้เรา ทิ้งชิลด์ใบนั้นลงสุสานแทนการขึ้นมือ แล้ว แสดงการ์ดที่มี S-Back ในมือ และ อัญเชิญการ์ดนั้นทันทีแบบไม่ต้องจ่ายคอสต์ (ทั้ง {Creature} และ {Spell} ทำได้เหมือนกัน) โดยการประกาศ S-Back จะทำในจังหวะเดียวกับการประกาศ S-Trigger / G-Strike ก่อนที่ชิลด์จะย้ายขึ้นมือจริง.
Ability Word — ทำงานเมื่อ {Creature} นี้ลงสนามด้วย {Revolution Change} และยังไม่ได้ใช้ {Final Revolution} อื่นในเทิร์นนั้น ใช้ได้เพียงครั้งเดียวต่อเทิ
Ability Word — ทำงานเมื่อ {Creature} นี้ลงสนามด้วย {Revolution Change} และยังไม่ได้ใช้ {Final Revolution} อื่นในเทิร์นนั้น ใช้ได้เพียงครั้งเดียวต่อเทิร์น ไม่ว่าจะมี {Creature} ที่มี Final Revolution กี่ตัวก็ตาม
Keyword Ability สำหรับ {Spell} — เมื่อ {Creature} โจมตีเรา หากยังไม่ได้ใช้ {Counterattack} ในการโจมตีนั้น สามารถร่าย {Spell} นี้จากมือโดยไม่ต้องจ่ายคอสต
Keyword Ability สำหรับ {Spell} — เมื่อ {Creature} โจมตีเรา หากยังไม่ได้ใช้ {Counterattack} ในการโจมตีนั้น สามารถร่าย {Spell} นี้จากมือโดยไม่ต้องจ่ายคอสต์ ข้อแลกเปลี่ยน: ต้องจ่ายคอสต์ของ {Spell} นี้ในช่วงเริ่มต้นเทิร์นถัดไปของเรา หากจ่ายไม่ได้จะแพ้เกม
เมื่อ{Creature}ของเราโจมตี เราสามารถจ่ายคอสต์ที่ระบุของ D・D・D แล้วเล่นการ์ดใบนี้จากมือเราได้ (เหมือนเป็นการ summon/cast นอกเมนสเต็ป โดยใช้จังหวะโจมตีข
เมื่อ{Creature}ของเราโจมตี เราสามารถจ่ายคอสต์ที่ระบุของ D・D・D แล้วเล่นการ์ดใบนี้จากมือเราได้ (เหมือนเป็นการ summon/cast นอกเมนสเต็ป โดยใช้จังหวะโจมตีของครีเจอร์ตัวอื่นเป็นเงื่อนไข)
Abyss Rush: {Creature}นี้ได้ {Speed Attacker} ตราบที่คุณมี {Creature} Abyss อื่นในสนาม
Abyss Rush: {Creature}นี้ได้ {Speed Attacker} ตราบที่คุณมี {Creature} Abyss อื่นในสนาม
Escape: เมื่อ{Creature}นี้จะถูกทำลาย สามารถวางการ์ดใต้{Creature}นี้ 1 ใบไปที่สุสานแทนการถูกทำลายได้
Escape: เมื่อ{Creature}นี้จะถูกทำลาย สามารถวางการ์ดใต้{Creature}นี้ 1 ใบไปที่สุสานแทนการถูกทำลายได้
Ability Word — หากเรามีชิลด์ 2 ใบหรือน้อยกว่า จะเกิดเอฟเฟกต์เพิ่มเติมตามที่ระบุในการ์ด เอฟเฟกต์แตกต่างกันไปในแต่ละใบ เช่น ได้รับ {S・Trigger}, ได้รับพา
Ability Word — หากเรามีชิลด์ 2 ใบหรือน้อยกว่า จะเกิดเอฟเฟกต์เพิ่มเติมตามที่ระบุในการ์ด เอฟเฟกต์แตกต่างกันไปในแต่ละใบ เช่น ได้รับ {S・Trigger}, ได้รับพาวเวอร์เพิ่ม ฯลฯ
Ability Word — หากเราไม่มีชิลด์เหลือเลย จะเกิดเอฟเฟกต์เพิ่มเติมตามที่ระบุในการ์ด เป็นเวอร์ชัน extreme ของ Revolution 2 ที่ต้องไม่มีชิลด์เลย แต่ให้ผลแร
Ability Word — หากเราไม่มีชิลด์เหลือเลย จะเกิดเอฟเฟกต์เพิ่มเติมตามที่ระบุในการ์ด เป็นเวอร์ชัน extreme ของ Revolution 2 ที่ต้องไม่มีชิลด์เลย แต่ให้ผลแรงกว่า
Ability Word เฉพาะเผ่า Onifuda Kingdom สำหรับ {Creature}: เมื่อ {Creature} นี้ลงสนาม หากมีผู้เล่นที่ไม่มีชิลด์เหลือ จะเกิดเอฟเฟกต์เพิ่มเติม (เงื่อนไขเ
Ability Word เฉพาะเผ่า Onifuda Kingdom สำหรับ {Creature}: เมื่อ {Creature} นี้ลงสนาม หากมีผู้เล่นที่ไม่มีชิลด์เหลือ จะเกิดเอฟเฟกต์เพิ่มเติม (เงื่อนไขเพิ่ม: ในมานาโซนต้องมีการ์ด {Dark} และ {Fire} อย่างน้อยอย่างละ 1 ใบ) สำหรับ {Spell}: เมื่อ {Creature} โจมตี หากมีผู้เล่นที่ไม่มีชิลด์เหลือ และเรามีการ์ด {Dark} และ {Fire} ในมานาโซน สามารถร่าย {Spell} จากมือโดยไม่ต้องจ่ายคอสต์
Onitime: ความสามารถที่ทำงานเมื่อเงื่อนไขเกี่ยวกับชิลด์ของผู้เล่นถูกต้อง
Onitime: ความสามารถที่ทำงานเมื่อเงื่อนไขเกี่ยวกับชิลด์ของผู้เล่นถูกต้อง
NEO {ครีเจอร์} เป็น {ครีเจอร์} ประเภทหนึ่ง โดยปกติจะถือว่าเป็น {ครีเจอร์} ธรรมดา แต่เมื่อจะลงแบทเทิลโซน สามารถใช้ความสามารถ NEO วิวัฒนาการ เพื่อถือว่าเป็น {อีโวลูชั่นครีเจอร์} ได้
การ์ดนี้จะถือว่าเป็น "{อีโวลูชั่นครีเจอร์}" เฉพาะเมื่ออยู่ในแบทเทิลโซนในสถานะที่มีการ์ด {ครีเจอร์} อยู่ด้านล่าง เช่น จากการใช้ความสามารถ NEO วิวัฒนาการ เมื่ออยู่ในโซนอื่นจะถือว่าเป็น "{ครีเจอร์} ที่ไม่ใช่วิวัฒนาการ"
ได้ครับ เมื่อใช้ความสามารถ NEO วิวัฒนาการ จะถือว่าเป็น "{อีโวลูชั่นครีเจอร์}" จึงสามารถโจมตีได้ทันทีในเทิร์นที่ลงสนาม แต่ถ้าหลังจากลงแบทเทิลโซนในฐานะวิวัฒนาการแล้ว การ์ดด้านล่างหายไปด้วยเอฟเฟกต์ใดก็ตาม จะไม่ถือว่าเป็น "{อีโวลูชั่นครีเจอร์}" อีกต่อไป จึงไม่สามารถโจมตีได้
ใช่ครับ ตราบใดที่มีการ์ดอยู่ด้านล่าง จะถือว่าเป็น "{อีโวลูชั่นครีเจอร์}"
ได้ครับ เงื่อนไขการเปิดใช้ความสามารถ oB ของ Super {S・Trigger} คือ ณ เวลาที่เพิ่มเข้ามือ ต้องไม่มีชิลด์เหลืออยู่เลย เช่น ถ้าชิลด์ทั้ง 3 ใบเป็น {สเปล} ที่มี Super {S・Trigger} ทั้งหมด ณ เวลาที่เพิ่มเข้ามือจะไม่มีชิลด์เหลือเลย จึงสามารถใช้ความสามารถ Super {S・Trigger} ได้ทั้ง 3 ใบ
ไม่ได้ครับ เอฟเฟกต์ที่เพิ่มความสามารถ oB จะเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อใช้ Super {S・Trigger} เท่านั้น ถ้าร่ายจากมือตามปกติ แม้จะไม่มีชิลด์เหลืออยู่เลย ก็ไม่สามารถใช้ความสามารถ oB ได้
ความสามารถนี้สามารถใช้เพื่ออัญเชิญได้เมื่อการ์ดที่มีความสามารถนี้อยู่ในมือ
เมื่อใช้ {B・A・D} เอฟเฟกต์ "ทำลายเมื่อจบเทิร์น" จะติดอยู่กับตัว {ครีเจอร์} เอง แม้จะวิวัฒนาการแล้วก็ยังเป็น {ครีเจอร์} ตัวเดิม จึงถูกทำลายเมื่อจบเทิร์น
ความสามารถนี้สามารถใช้เพื่ออัญเชิญได้เมื่อการ์ดที่มีความสามารถนี้อยู่ในมือ
เนื่องจากออกจากแบทเทิลโซนไปแล้ว จึงไม่มีอะไรเกิดขึ้น การจั่วการ์ดจะทำได้เฉพาะเมื่อวางไว้ใต้เด็คด้วยวิธีนี้เท่านั้น
สามารถจั่วการ์ดได้ เนื่องจากเอฟเฟกต์จะทำงานเมื่อ "พยายามวางไว้ใต้เด็ค" โดยไม่สนว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร
เมื่อใช้ {J・O・E} เอฟเฟกต์ "วางไว้ใต้เด็คเมื่อจบเทิร์น" จะติดอยู่กับตัว {ครีเจอร์} เอง แม้จะวิวัฒนาการแล้วก็ยังเป็น {ครีเจอร์} ตัวเดิม จึงถูกวางไว้ใต้เด็คเมื่อจบเทิร์น ในกรณีนี้ เนื่องจากถูกวางไว้ใต้เด็ค จึงสามารถจั่วการ์ดได้
ในกรณีนั้น จะใช้เฉพาะความสามารถ oP ของ {ครีเจอร์} ตัวนี้เท่านั้น
ไม่ได้ครับ ต้องเลือกความสามารถ oP ของ {ครีเจอร์} ตัวนี้อย่างน้อย 1 อัน
ได้ครับ เมื่อใช้ Kizuna Plus ความสามารถ oP ทั้งสองจะทริกเกอร์และรอการแก้ไข สามารถเลือกลำดับการแก้ไขได้ตามต้องการ หากระหว่างแก้ไขความสามารถ oP ตัวแรก มีความสามารถอื่นทริกเกอร์ขึ้นมา สามารถเลือกลำดับระหว่างความสามารถใหม่กับ oP ตัวที่สองที่รออยู่ได้
Speed Attacker คือความสามารถที่ทำให้โจมตีได้ในเทิร์นที่ลงสนาม แต่ไม่สามารถโจมตี {ครีเจอร์} ที่อยู่ในสถานะ Untap ได้
Mach Fighter คือความสามารถที่ทำให้ {ครีเจอร์} สามารถโจมตี {ครีเจอร์} ได้ในเทิร์นที่ลงสนาม ไม่ว่าจะ Tap หรือ Untap ก็ตาม แต่ไม่สามารถโจมตีผู้เล่นได้
{ครีเจอร์} จะถูกลงแบทเทิลโซนโดยผู้เล่นเจ้าของเทิร์นก่อน ทีละ 1 ตัว เมื่อผู้เล่นเจ้าของเทิร์นลงครบแล้ว จึงถึงคิวผู้เล่นที่ไม่ใช่เจ้าของเทิร์นลง {ครีเจอร์} ตามลำดับ
ใช่ครับ D2 Field, ผนึก และอื่นๆ ก็จะถูกวางไปมานาโซนด้วย
ไม่ได้ครับ ระหว่างการแก้ไข {สเปล} ไม่สามารถแทรกการแก้ไขความสามารถของ {ครีเจอร์} ที่ไม่ใช่เอฟเฟกต์แทนที่ได้ ในกรณีนี้ต้องลง {ครีเจอร์} ทั้งหมดก่อน แล้วจึงแก้ไข Mugetsu no Mon ที่ทริกเกอร์อยู่
{ครีเจอร์} ที่มี Mugetsu no Mon ที่เคยอยู่ในสุสานได้ลงแบทเทิลโซนไปแล้ว จึงไม่สามารถใช้ Mugetsu no Mon ลงเพิ่มได้ แต่ถ้า Mugetsu no Mon ทริกเกอร์ในมือ หลังจากลง {ครีเจอร์} ทั้งหมดแล้ว ระหว่างแก้ไขเอฟเฟกต์ที่รออยู่ ถ้ามีมาโดกุตั้งแต่ 2 ตัวถูกวางไปสุสาน และมีมาโดกุ {ครีเจอร์} อยู่ในแบทเทิลโซน 2 ตัว ก็สามารถแก้ไข Mugetsu no Mon จากมือได้
ได้ครับ หมายความว่า {สเปล} ที่มีคอสต์ตัวเลขนั้นจะร่ายไม่ได้ และ {ครีเจอร์} ที่มีคอสต์ตัวเลขนั้นจะอัญเชิญไม่ได้ ไม่ได้หมายว่า Twinpact Card ทั้งใบจะใช้ไม่ได้
Twinpact Card มีคอสต์ 2 ค่าในฐานะการ์ด สามารถเลือกค่าใดค่าหนึ่งได้
ได้ครับ การที่ {ครีเจอร์} ที่อยู่ในแบทเทิลโซนถูกวางไปสุสาน จะถือว่าเป็นการทำลาย แต่ถ้าการ์ดที่ไม่ได้เป็น {ครีเจอร์} เช่น ฐานวิวัฒนาการหรือผนึก ถูกวางไปสุสาน จะไม่ถือว่าเป็นการทำลาย จึงใช้ไม่ได้
ใช่ครับ หลังจาก J Change แล้ว {ครีเจอร์} ที่สลับมาจะรับช่วงการโจมตีต่อ แต่แม้ว่าการโจมตีจะดำเนินต่อไป แต่เป็น {ครีเจอร์} คนละตัว เอฟเฟกต์ที่ติดอยู่กับ {ครีเจอร์} ก่อนหน้าจะไม่ถ่ายทอดมา
การสลับใน J Change หมายถึงการสลับ {ครีเจอร์} ที่กำลังโจมตีกับการ์ดในมานาโซน {ครีเจอร์} ที่กำลังโจมตีจะย้ายไปมานาโซน และ {ครีเจอร์} ที่อยู่ในมานาโซนจะลงแบทเทิลโซนในสถานะกำลังโจมตี โดยปกติ {ครีเจอร์} ที่กำลังโจมตีจะอยู่ในสถานะ Tap ดังนั้น {ครีเจอร์} ที่สลับมาก็จะอยู่ในสถานะ Tap ด้วย (ถ้า {ครีเจอร์} ที่โจมตีอยู่ในสถานะ Untap ด้วยเอฟเฟกต์ใดก็ตาม {ครีเจอร์} ที่ลงมาด้วย J Change ก็จะอยู่ในสถานะ Untap ด้วย)
ได้ครับ แม้จะเป็นการสลับตำแหน่ง แต่ไม่ได้ถือว่าเคยอยู่ตำแหน่งนั้นมาก่อน {ครีเจอร์} ที่ลงแบทเทิลโซนด้วย J Change สามารถใช้ความสามารถตอนลงสนามได้ และ {ครีเจอร์} ที่ย้ายไปมานาโซนก็สามารถใช้ความสามารถตอนออกจากแบทเทิลโซนได้
การสลับต้องแลกเปลี่ยนตำแหน่งของการ์ด 2 ใบอย่างสมบูรณ์ ถ้าฝั่งใดฝั่งหนึ่งย้ายไม่ได้ การสลับจะไม่เกิดขึ้น เช่น ถ้า {ครีเจอร์} ที่กำลังโจมตีมีความสามารถ "แทนที่จะออกจากแบทเทิลโซน ให้อยู่ต่อ" การสลับจะไม่สำเร็จ ทำให้ J Change ล้มเหลว
ไม่ครับ เป็น {ครีเจอร์} คนละตัว เอฟเฟกต์ต่อเนื่องที่ติดอยู่กับ {ครีเจอร์} ตัวเดิม หรือ Cross Gear ที่ Cross อยู่ จะไม่ถ่ายทอดไปยัง {ครีเจอร์} ตัวใหม่ที่ลงแบทเทิลโซน
ไม่ได้ครับ เมื่อสลับ {ครีเจอร์} ที่โจมตีไปแล้ว {ครีเจอร์} ที่ตรงเงื่อนไขจะไม่อยู่แล้ว ดังนั้น Revolution Change หรือ J Change ที่ประกาศไว้อีกอันจะล้มเหลว
ได้ครับ การที่ {ครีเจอร์} ที่อยู่ในแบทเทิลโซนถูกวางไปสุสาน จะถือว่าเป็นการทำลาย แต่ถ้าการ์ดที่ไม่ได้เป็น {ครีเจอร์} เช่น ฐานวิวัฒนาการหรือผนึก ถูกวางไปสุสาน จะไม่ถือว่าเป็นการทำลาย
Twinpact เป็นการ์ดที่มีคุณสมบัติทั้ง {ครีเจอร์} และ {สเปล} ถ้ามีคำสั่งให้ลงการ์ดจากด้าน {สเปล} เมื่อลงแบทเทิลโซนจะถือว่าเป็น {ครีเจอร์}
ในทัวร์นาเมนต์ระดับแข่งขัน ไม่สามารถใช้การ์ดที่มีซีลแปะอยู่ได้ กรุณาลอกออก แต่ถ้าเล่นกันเองกับเพื่อน การ์ดที่มีข้อความเขียนอยู่สามารถใช้ได้
สามารถใช้เป็นซีลตกแต่งได้ตามสะดวก ถ้าเล่นกันเองกับเพื่อน สามารถนำซีลที่มีข้อความไปแปะบนการ์ดอื่นแล้วใช้ได้ แต่ถ้าแปะบนการ์ดที่ไม่เคยมีซีลมาก่อน อาจลอกไม่ออกหรือการ์ดด้านล่างอาจฉีกขาดได้
ได้ครับ ช่วงเวลา "จบเทิร์น" ยังไม่ถือว่าเทิร์นจบสมบูรณ์ ต้องแก้ไขเอฟเฟกต์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นก่อน จึงจะจบเทิร์นสมบูรณ์ ดังนั้น เอฟเฟกต์ลดพาวเวอร์ที่คงอยู่ "จนจบเทิร์น" จะยังไม่หายไปในช่วงจบเทิร์น ถ้ามีการลดพาวเวอร์เพิ่มเติมก็จะรวมกัน หลังจากแก้ไขทุกอย่างเสร็จ เทิร์นจึงจบสมบูรณ์ และเอฟเฟกต์ลดพาวเวอร์ที่คงอยู่ระหว่างเทิร์นก็จะหมดไป
ใช่ครับ การ์ดนี้ในฐานะการ์ดโดยรวมจะถือว่าเป็นการ์ดหลายสี แต่เมื่อนับในฐานะ {ครีเจอร์} จะเป็น {ครีเจอร์} {ธรรมชาติ} และ {สเปล} จะเป็น {สเปล} {ไฟ} เช่น เมื่ออยู่ในมานาโซนจะเป็นการ์ดหลายสี และสามารถนับในเอฟเฟกต์ Multi-Color Mana Arms ได้ เมื่ออยู่ในแบทเทิลโซนจะเป็น {ครีเจอร์} จึงเป็นการ์ด {ธรรมชาติ} ไม่ถือว่าเป็น {ครีเจอร์} หลายสี เอฟเฟกต์ที่ร่าย {สเปล} {ธรรมชาติ} ไม่สามารถร่าย {สเปล} นี้ได้ เอฟเฟกต์ "ถ้าเป็นการ์ด {ไฟ} สามารถใช้การ์ดนั้นได้" จะตรวจว่าในฐานะการ์ดเป็น {ไฟ} หรือไม่ และเนื่องจากไม่ได้ระบุโหมด จึงสามารถใช้ด้าน {ครีเจอร์} {ธรรมชาติ} ได้
ไม่ได้ครับ กฎ Duel Masters ได้เปลี่ยนแปลงแล้ว การ์ดหลายสีทั้งหมดจะถูกวางในสถานะ Tap เมื่อวางในมานาโซน ต่อไปนี้แม้ไม่มีข้อความนี้เขียนอยู่ การ์ดหลายสีก็จะถูกวางในสถานะ Tap ในมานาโซน ดังนั้น การ์ดหลายสีในอดีตก็จะถือว่าไม่มีข้อความนี้ในกล่องข้อความ (การ์ดที่มีเฉพาะข้อความนี้จะถือว่าเป็นการ์ดที่ไม่มีความสามารถ)
ใช่ครับ ไม่ไป ให้คิดว่าเป็นการใช้ความสามารถเดียวกับด้าน {สเปล} ขณะที่ยังอยู่ในแบทเทิลโซน
ไม่ครับ เนื่องจากเป็นเอฟเฟกต์ที่ติดกับ {ครีเจอร์} {ครีเจอร์} ที่ไม่ได้อยู่ในแบทเทิลโซน ณ เวลาที่ร่าย จะไม่ได้รับเอฟเฟกต์นี้
ไม่ครับ แม้จะเป็นการ์ด {น้ำ} ด้วย แต่เนื่องจากรวม {ความมืด} อยู่ จึงไม่ถือว่าเป็นการ์ดที่ไม่ใช่ {ความมืด} จึงไม่ถูกวางไปสุสาน
แม้การ์ดเหล่านั้นจะมี Race เหมือนกัน แต่ถ้ามี Race ต่างกันปนอยู่ ก็นับแยกกันได้ ในกรณีนี้สามารถเพิ่มเข้ามือได้ทั้งหมด
Super GR Zone อยู่ข้างสุสาน สามารถวาง Super GR ที่ประกอบด้วยการ์ดหลังขาว (GR {ครีเจอร์}) 12 ใบได้
สามารถใช้ Super GR Zone และ Hyperdimension Zone พร้อมกันได้ ในกรณีนั้นให้วาง Super GR Zone ข้าง Hyperdimension Zone
Super GR เป็นเหมือนเด็คเฉพาะสำหรับ GR {ครีเจอร์} เมื่อเริ่มเกมให้คว่ำหน้าลงแล้วสับให้ดี จากนั้นวางใน GR Zone สามารถใส่ GR {ครีเจอร์} ชื่อเดียวกันได้สูงสุด 2 ตัว และต้องมี 12 ใบพอดี
การ์ดใน Super GR ไม่สามารถจั่วเหมือนจั่วจากเด็คได้
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
GR {ครีเจอร์} คือ {ครีเจอร์} หลังขาวที่สามารถวางใน GR Zone ได้ ต่างจาก {ครีเจอร์} ปกติตรงที่คอสต์และชื่อเขียนอยู่ตรงกลางการ์ด เมื่ออยู่ในแบทเทิลโซนจะถือเป็น {ครีเจอร์} เหมือนตัวอื่น
GR {ครีเจอร์} สามารถอัญเชิญจาก Super GR Zone ได้โดยการ GR Summon เท่านั้น GR Summon จะลง {ครีเจอร์} บนสุดของ Super GR ไปแบทเทิลโซนโดยตรง โดยถือว่าเป็นการจ่ายคอสต์อัญเชิญ
เมื่อ GR {ครีเจอร์} อยู่ในโซนอื่นที่ไม่ใช่แบทเทิลโซน จะกลับไปอยู่ใต้สุดของ Super GR นี่เป็นกระบวนการของเกม
เมื่อจะใช้ Orega Aura ให้ติดบน GR {ครีเจอร์} ที่อยู่ในแบทเทิลโซนแล้ว หรือ GR Summon ตัวใหม่แล้วติดบนตัวนั้น ไม่สามารถติดบน {ครีเจอร์} ปกติได้
ได้ครับ สามารถซ้อนกี่ใบก็ได้ แม้จะซ้อนหลายใบ ความสามารถของ Aura แต่ละใบก็ยังมีผลอยู่
{ครีเจอร์} ที่ติด Orega Aura จะได้รับพาวเวอร์เพิ่มตามที่เขียนบน Orega Aura คุณสมบัติอื่นๆ จะเป็นของ {ครีเจอร์} ตัวเดิมทั้งหมด เช่น Race, คอสต์ และอารยธรรมของ Orega Aura จะไม่ถูกเพิ่มให้ {ครีเจอร์}
เมื่อ {ครีเจอร์} ที่ติด Orega Aura ออกจากแบทเทิลโซน Orega Aura จะย้ายไปโซนเดียวกับ {ครีเจอร์} ที่ติดอยู่ ถ้าไปมือก็จะกลับไปมือ ถ้าไปมานาโซนก็จะไปมานาโซน
เมื่อ {ครีเจอร์} ที่ติด Orega Aura วิวัฒนาการ Orega Aura จะยังคงติดอยู่ (การปรับแต่งทั้งหมดจะคงอยู่กับ {ครีเจอร์} หลังวิวัฒนาการ)
ถ้าหลังวิวัฒนาการกลายเป็น {ครีเจอร์} ปกติ Aura ที่ติดอยู่จะไม่หลุด แต่เนื่องจากไม่ใช่ GR {ครีเจอร์} แล้ว จึงไม่สามารถติด Orega Aura ใหม่ได้อีก
ถ้าพาวเวอร์ไม่ถึง 6000 จะไม่มีเบรคเพิ่ม รวมเบรค 1 ใบ ถ้าพาวเวอร์ 6000 ขึ้นไปแต่ไม่ถึง 12000 จะเบรคเพิ่ม 1 ใบ รวม 2 ใบ ถ้าพาวเวอร์ 12000 ขึ้นไปแต่ไม่ถึง 18000 จะเบรคเพิ่ม 2 ใบ รวม 3 ใบ ซึ่งเท่ากับพาวเวอร์ที่ปกติจะได้ W-Breaker หรือ T-Breaker แต่แม้พาวเวอร์จะถึง 24000 ขึ้นไป ก็จะไม่ได้ World Breaker แค่เพิ่มจำนวนเบรคทีละ 1 ใบต่อทุก 6000 เท่านั้น เช่น พาวเวอร์ 60000 จะเบรคเพิ่ม 10 ใบ รวมเบรค 11 ใบ
ไม่ได้ครับ ความสามารถ Breaker ไม่ว่าจะมีกี่อัน สามารถใช้ได้เพียงอันเดียวเท่านั้น
Super GR Zone อยู่ข้างสุสาน สามารถวาง Super GR ที่ประกอบด้วยการ์ดหลังขาว (GR {ครีเจอร์}) 12 ใบได้
สามารถใช้ Super GR Zone และ Hyperdimension Zone พร้อมกันได้ ในกรณีนั้นให้วาง Super GR Zone ข้าง Hyperdimension Zone
Super GR เป็นเหมือนเด็คเฉพาะสำหรับ GR {ครีเจอร์} เมื่อเริ่มเกมให้คว่ำหน้าลงแล้วสับให้ดี จากนั้นวางใน GR Zone สามารถใส่ GR {ครีเจอร์} ชื่อเดียวกันได้สูงสุด 2 ตัว และต้องมี 12 ใบพอดี
การ์ดใน Super GR ไม่สามารถจั่วเหมือนจั่วจากเด็คได้
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
GR {ครีเจอร์} คือ {ครีเจอร์} หลังขาวที่สามารถวางใน GR Zone ได้ ต่างจาก {ครีเจอร์} ปกติตรงที่คอสต์และชื่อเขียนอยู่ตรงกลางการ์ด เมื่ออยู่ในแบทเทิลโซนจะถือเป็น {ครีเจอร์} เหมือนตัวอื่น
GR {ครีเจอร์} สามารถอัญเชิญจาก Super GR Zone ได้โดยการ Super GR Summon เท่านั้น Super GR Summon จะลง {ครีเจอร์} บนสุดของ Super GR ไปแบทเทิลโซนโดยตรง โดยถือว่าเป็นการจ่ายคอสต์อัญเชิญ
เมื่อ GR {ครีเจอร์} อยู่ในโซนอื่นที่ไม่ใช่แบทเทิลโซน จะกลับไปอยู่ใต้สุดของ Super GR นี่เป็นกระบวนการของเกม
เมื่อจะใช้ Orega Aura ให้ติดบน GR {ครีเจอร์} ที่อยู่ในแบทเทิลโซนแล้ว หรือ GR Summon ตัวใหม่แล้วติดบนตัวนั้น ไม่สามารถติดบน {ครีเจอร์} ปกติได้
ได้ครับ สามารถซ้อนกี่ใบก็ได้ แม้จะซ้อนหลายใบ ความสามารถของ Aura แต่ละใบก็ยังมีผลอยู่
{ครีเจอร์} ที่ติด Orega Aura จะได้รับพาวเวอร์เพิ่มตามที่เขียนบน Orega Aura คุณสมบัติอื่นๆ จะเป็นของ {ครีเจอร์} ตัวเดิมทั้งหมด เช่น Race, คอสต์ และอารยธรรมของ Orega Aura จะไม่ถูกเพิ่มให้ {ครีเจอร์}
เมื่อ {ครีเจอร์} ที่ติด Orega Aura ออกจากแบทเทิลโซน Orega Aura จะย้ายไปโซนเดียวกับ {ครีเจอร์} ที่ติดอยู่ ถ้าไปมือก็จะกลับไปมือ ถ้าไปมานาโซนก็จะไปมานาโซน
เมื่อ {ครีเจอร์} ที่ติด Orega Aura วิวัฒนาการ Orega Aura จะยังคงติดอยู่ (การปรับแต่งทั้งหมดจะคงอยู่กับ {ครีเจอร์} หลังวิวัฒนาการ)
ถ้าหลังวิวัฒนาการกลายเป็น {ครีเจอร์} ปกติ Aura ที่ติดอยู่จะไม่หลุด แต่เนื่องจากไม่ใช่ GR {ครีเจอร์} แล้ว จึงไม่สามารถติด Orega Aura ใหม่ได้อีก
ถ้าพาวเวอร์ไม่ถึง 6000 จะไม่มีเบรคเพิ่ม รวมเบรค 1 ใบ ถ้าพาวเวอร์ 6000 ขึ้นไปแต่ไม่ถึง 12000 จะเบรคเพิ่ม 1 ใบ รวม 2 ใบ ถ้าพาวเวอร์ 12000 ขึ้นไปแต่ไม่ถึง 18000 จะเบรคเพิ่ม 2 ใบ รวม 3 ใบ ซึ่งเท่ากับพาวเวอร์ที่ปกติจะได้ W-Breaker หรือ T-Breaker แต่แม้พาวเวอร์จะถึง 24000 ขึ้นไป ก็จะไม่ได้ World Breaker แค่เพิ่มจำนวนเบรคทีละ 1 ใบต่อทุก 6000 เท่านั้น เช่น พาวเวอร์ 60000 จะเบรคเพิ่ม 10 ใบ รวมเบรค 11 ใบ
ไม่ได้ครับ ความสามารถ Breaker ไม่ว่าจะมีกี่อัน สามารถใช้ได้เพียงอันเดียวเท่านั้น
ไม่ใช่ การอัญเชิญหมายถึงกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ประกาศอัญเชิญ ใช้การลดคอสต์ แล้วลงแบทเทิลโซน ถ้าแม้ใช้การลดคอสต์แล้วยังไม่สามารถรวบรวมแมน่าที่ต้องใช้ในการอัญเชิญได้ ก็จะไม่สามารถประกาศอัญเชิญได้
ไม่ใช่ แม้จะวิวัฒนาการแล้วก็ยังเป็น {ครีเจอร์} ตัวเดิม จึงต้องถูกทำลาย แต่ถ้าใช้ Revolution Change จะกลายเป็น {ครีเจอร์} คนละตัว จึงไม่ต้องทำลาย
ทั้งหมดจะทริกเกอร์ 2 ครั้ง
ไม่ครับ เอฟเฟกต์นี้ทำให้เฉพาะความสามารถของ {ครีเจอร์} ที่เพิ่งลงแบทเทิลโซนทริกเกอร์ 2 ครั้งเท่านั้น
Mana Drive เป็นเงื่อนไขการเปิดใช้ความสามารถ โดยตรวจสอบว่ามีจำนวนการ์ดในมานาโซนตามที่กำหนดหรือไม่ และมีการ์ดอารยธรรมที่กำหนดอย่างน้อย 1 ใบในมานาโซนหรือไม่
เช่น{Hotte Hotta}เมื่อโจมตี ถ้ามีการ์ดในมานาโซนตั้งแต่ 3 ใบขึ้นไป และมีอารยธรรม {น้ำ} อย่างน้อย 1 ใบ จะสามารถจั่วการ์ด 1 ใบได้
เมื่อจะใช้ Aura ที่มี Mugetsu no Taizai สามารถเลือกจ่ายคอสต์น้อยลงได้ ในกรณีนั้น เมื่อจบเทิร์นจะต้องทำลาย {ครีเจอร์} ของเรา 1 ตัว
ได้ครับ {S・Trigger} จะทริกเกอร์ถ้าตรงเงื่อนไข ณ เวลาที่เพิ่มเข้ามือ
ไม่สามารถคืนการ์ดเข้ามือได้ เนื่องจากไม่ได้คืน {ครีเจอร์} เข้ามือ จึงไม่สามารถอ้างอิงคอสต์ได้ และไม่สามารถคืน {ครีเจอร์} ของคู่แข่งได้เช่นกัน
ไม่ได้ครับ จะจั่วการ์ดได้เฉพาะเมื่อถูกทิ้งจากมือด้วยเอฟเฟกต์ของ {สเปล} เท่านั้น
J Tornado คือการคืน Jokers อีก 1 ตัวของเราไปมือ เมื่อทำเช่นนี้จะได้รับเอฟเฟกต์เพิ่มเติม
แม้ผลลัพธ์จะไม่ได้คืนไปมือจริง แต่ถ้าพยายามคืนแล้ว ก็ยังได้รับเอฟเฟกต์เพิ่มเติม
เลือกได้ตามจำนวนชิลด์ที่เบรค
ไม่ครับ จะไม่ไปใต้เด็ค จะอยู่ในโซนที่ย้ายไปนั้นต่อไป
ไม่ครับ จะไม่ถูกส่งไปมานาโซน
ไม่ได้ครับ
จะถูกวางในสถานะ Tap
การ์ด 2 หน้าจะถือว่าทั้ง 2 ด้านเป็นหน้า เมื่อใส่เข้าเด็คให้เลือกด้านใดด้านหนึ่ง และจะเป็นผนึกในด้านที่เลือก ณ เวลาที่เข้าเด็ค
ต้องวางด้านจังหวะ (Heartbeat) ขึ้น เนื่องจากการ์ดเป็น 2 หน้าจึงถือว่าหงายหน้าทั้งคู่ หลังจากวางในชิลด์แล้ว จะถือว่าเป็นการ์ดหงายหน้า
ไม่ครับ Aura ก็มีข้อจำกัดคอสต์ 5 หรือน้อยกว่าเช่นกัน
ได้ครับ ถ้าไม่มี {ครีเจอร์} ที่โจมตี สามารถทิ้งการ์ดจากมือ 1 ใบเมื่อจบเทิร์นของคู่แข่งได้
คู่แข่งเป็นผู้เลือกลำดับการวางใต้เด็ค แต่คู่แข่งไม่สามารถตรวจสอบชิลด์ที่คว่ำหน้าอยู่ได้ การ์ดที่หงายหน้าให้คว่ำลง และการ์ดที่คว่ำหน้าอยู่แล้วไม่ต้องตรวจสอบ แล้ววางใต้เด็คตามลำดับที่ต้องการ
ไม่ได้ครับ การได้รับ Speed Attacker จะเฉพาะ {ครีเจอร์} ของเราที่อยู่ในแบทเทิลโซน ณ เวลาที่ร่ายเท่านั้น
ไม่ครับ จะไม่ถือว่ามีเขียนในข้อความ
ถ้าระบุว่า "จากแบทเทิลโซน" เช่น{Bomersaurus}หรือ{Hauks, Marquis of Darkness}กรณีที่ไม่ได้อยู่ในแบทเทิลโซนในฐานะ {ครีเจอร์} ความสามารถจะไม่ทริกเกอร์ แต่ถ้าระบุว่า "จากที่ไหนก็ได้" เช่น{Forever Princess, Ruler of Eternity}ความสามารถจะทริกเกอร์เสมอ
ไม่ได้ครับ การ์ดที่วางอยู่ใต้ {ครีเจอร์} จะถูกละเว้นคุณสมบัติ จึงไม่สามารถเลือกเป็นมาโดกุได้
เมื่อทิ้ง 1 ใบเพื่อใช้ Master {G・O・D・S} รวมเป็นทิ้ง 3 ใบในเทิร์นนั้น คอสต์จะลดลง 6 แต่ไม่สามารถลดต่ำกว่า 0 ได้ จึงต้องจ่ายอย่างน้อย 1
หลังจากร่าย {สเปล} 1 ใบเสร็จ จะถูกวางไว้ใต้เด็คก่อนที่จะร่าย {สเปล} ใบถัดไป
หมายถึงการ์ดที่มีประเภทการ์ดเป็น "Reiryuu" ปัจจุบันมี 3 ชนิด ได้แก่ Reiryuu Seiun (เนบิวลา), Reiryuu no Gi (พิธี) และ Reiryuu Creature
เมื่อจะใช้ Giga Orega Aura ให้ติดบน GR {ครีเจอร์} ที่อยู่ในแบทเทิลโซนแล้วจากนั้น GR Summon 1 ครั้ง หรือ GR Summon 2 ครั้งแล้วติดบนตัวใดตัวหนึ่ง นอกจากนี้จะเหมือน Orega Aura ปกติ
ไม่ครับ เอฟเฟกต์ของ{Ora Ora Slash}มีผลเฉพาะกับ {ครีเจอร์} ของคู่แข่งที่อยู่ในแบทเทิลโซน ณ เวลาที่ร่ายเท่านั้น {ครีเจอร์} ที่ลงทีหลังจะไม่ได้รับเอฟเฟกต์
ไม่ครับ เอฟเฟกต์ของ{Chohatsu Churis}มีผลเฉพาะกับ {ครีเจอร์} ของคู่แข่งที่อยู่ในแบทเทิลโซน ณ เวลาที่ลงเท่านั้น {ครีเจอร์} ที่ลงทีหลังจะไม่ได้รับเอฟเฟกต์
คือ {ครีเจอร์} ที่ชนะ Battle กับ{Spinach Panzer}
ถ้า Link ของ{Zeron}หลุดทั้งหมด การ์ด 5 ใบที่ประกอบอยู่จะถูกวางไปสุสานโดยกระบวนการสถานะ ถ้า Link บางส่วนหลุด ตราบใดที่การ์ดที่มีชื่อ {ครีเจอร์} กับคอสต์ และการ์ดที่มีพาวเวอร์กับข้อความยังคง Link อยู่ จะยังคงอยู่ในแบทเทิลโซนในฐานะ {ครีเจอร์} การ์ดอีก 3 ใบที่ไม่สามารถอยู่ในแบทเทิลโซนเดี่ยวๆ ได้ จะถูกวางไปสุสานเมื่อ Link หลุด
"บิน" เป็น Keyword Ability ของ {ครีเจอร์} {ครีเจอร์} ที่มี "บิน" จะไม่ถูกโจมตีหรือ Block โดย {ครีเจอร์} ที่ไม่มี "บิน"
หมายถึงจบเทิร์นของเรา
ระหว่างร่าย {สเปล} ใบที่ 2 {สเปล} ใบแรกที่ร่ายเสร็จแล้วจะอยู่ในสุสาน
คืนได้เฉพาะ Jokers ในแบทเทิลโซนเท่านั้น ไม่สามารถคืน Jokers ในสุสานหรือมานาโซนได้
ไม่ได้ครับ เลือกได้เฉพาะการ์ดจากสุสานของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น
ไม่ได้ครับ ถ้าไม่ได้เลือกการ์ดจากสุสานเลย จะไม่สับเด็ค
เมื่ออ้างอิงในฐานะการ์ด จะถือว่าทั้ง 2 ด้านมีคุณสมบัติทั้งหน้าและหลัง
ไม่ครับ ถือว่าเป็น {ครีเจอร์} ตัวเดียวกัน ถ้า {อีโวลูชั่นครีเจอร์} มีเอฟเฟกต์ที่ได้รับอยู่ เอฟเฟกต์นั้นจะถ่ายทอดมาด้วย
เป็นความสามารถแบบ Triggered Ability ของการ์ด ความสามารถนี้จะทำงานเมื่อการ์ดที่มีความสามารถนี้อยู่ในโซนที่สามารถใช้ได้ (ส่วนใหญ่คือมือ) เมื่อตรงเงื่อนไข ความสามารถจะทริกเกอร์เมื่อเริ่มขั้นตอนจบการโจมตี
จ่ายแมน่าตามจำนวนที่เขียนในเครื่องหมาย โดยต้องมีอารยธรรมที่ตรงกับสีของเครื่องหมาย เช่น อัญเชิญ{Momoking, Victorious Heat Dragon}ด้วย Kirifudash ต้องจ่าย 5 แมน่าที่รวมอารยธรรม {ไฟ} และ {ธรรมชาติ}
ได้ครับ ถ้าการ์ดที่มี Kirifudash อยู่ในมือ ณ เวลาเริ่มขั้นตอนจบการโจมตี ไม่ว่า {ครีเจอร์} ที่โจมตีจะอยู่ในแบทเทิลโซนหรือไม่ก็ตาม
แม้จะมีการ์ดซ้อนกันหลายใบ ก็ถือว่าเป็นชิลด์ 1 อัน
ได้ครับ เมื่อจะใช้ Kirifudash หลายใบพร้อมกัน ให้แสดงการ์ดที่มี Kirifudash ทั้งหมดให้คู่แข่งดูและประกาศการใช้ จากนั้นแก้ไขทีละ 1 ใบ
เมื่อ {ครีเจอร์} โจมตี ให้ดูการ์ดบนสุดของเด็ค จากนั้นสามารถลง {ครีเจอร์} คอสต์ตามที่กำหนดหรือน้อยกว่า 1 ตัวจากมือหรือจากบนสุดของเด็คไปแบทเทิลโซนได้
เป็นความสามารถที่แทนที่จะใช้การ์ด สามารถจ่ายคอสต์ที่กำหนดโดย Galaxy Shield แล้ววางการ์ดนั้นเป็นชิลด์หงายหน้าใหม่ในชิลด์โซน
การ์ดที่มี Galaxy Shield ทั้งหมดจะมีความสามารถร่วมกัน: "เมื่อเริ่มเทิร์นของเรา ถ้า {ครีเจอร์} ({สเปล}) นี้อยู่ในชิลด์โซนแบบหงายหน้า ให้อัญเชิญ (ร่าย) โดยถือว่าจ่ายคอสต์แล้ว"
ถ้าการอัญเชิญ {ครีเจอร์} หรือร่าย {สเปล} ถูกห้ามอยู่ ความสามารถจะไม่สำเร็จ และการ์ดเหล่านั้นจะยังคงอยู่ในชิลด์โซน
ไม่ได้ครับ Galaxy Shield สามารถใช้ได้เฉพาะเมื่อจ่ายคอสต์เพื่อใช้การ์ดเท่านั้น
เป็นความสามารถที่เมื่อจ่ายคอสต์แมน่าของ {ครีเจอร์} สามารถจ่ายคอสต์เพิ่มตามที่กำหนดได้กี่ครั้งก็ได้ เมื่อ {ครีเจอร์} ลงแบทเทิลโซนแล้ว จะใช้ความสามารถ Mark ได้ 1 ครั้ง บวกกับจำนวนครั้งที่จ่ายเพิ่ม
เมื่อลงแบทเทิลโซนโดยไม่จ่ายคอสต์ ยังสามารถใช้ความสามารถ Mark ได้ 1 ครั้ง แต่เนื่องจากไม่มีช่วงจ่ายคอสต์แมน่า จึงไม่สามารถจ่าย Buzz Render เพิ่มได้
เป็นความสามารถที่วาง {ครีเจอร์} ของเรา 1 ตัวจากแบทเทิลโซนไปมานาโซนในสถานะ Tap แล้วจ่ายคอสต์ตามที่กำหนดเพื่ออัญเชิญ {ครีเจอร์} จากสุสาน
คอสต์ที่ต้องจ่ายคือ คอสต์ที่ Fushigi Birth กำหนด ลบด้วยคอสต์ของ {ครีเจอร์} ที่วางไปมานาโซน เช่น วาง {ครีเจอร์} คอสต์ 3 ไปมานาโซนแล้วใช้ Fushigi Birth ของ{Dakurai Ryuju}ต้องจ่าย 8 แมน่าที่รวม {ธรรมชาติ}
ใช่ครับ Aura ที่ติดอยู่จะถูกวางในสถานะ Tap ด้วย
แม้ {ครีเจอร์} ที่เลือกด้วย Fushigi Birth จะไม่ได้ไปมานาโซนจริง คอสต์ที่ต้องจ่ายก็ยังลดลงตามคอสต์ของ {ครีเจอร์} ตัวนั้น
ได้ครับ การจ่ายแมน่าจริงจะเกิดขึ้นตอนแก้ไขเอฟเฟกต์ ดังนั้นถ้าความสามารถอื่นที่ทริกเกอร์ "เมื่อจบการโจมตี" ทำให้แมน่าเพิ่มขึ้น ก็สามารถใช้ Kirifudash ได้ และถ้าตอนแก้ไขจ่ายคอสต์ไม่ได้ การ์ดที่ประกาศ Kirifudash จะยังคงอยู่ในมือ
เป็นความสามารถที่ทำงานเมื่อจำนวนชิลด์รวมของผู้เล่นทั้ง 2 ฝ่ายเหลือไม่เกิน 6 อัน
ได้ครับ ตามกฎของเกม Aura ไม่สามารถติดบน {ครีเจอร์} ที่ไม่ใช่ GR ได้ แต่เอฟเฟกต์ของการ์ดชนะกฎ ดังนั้นถ้าเอฟเฟกต์ระบุว่า "ติดบน {ครีเจอร์}" ก็สามารถติดบน {ครีเจอร์} ที่ไม่ใช่ GR ได้
(General Rules 101.1)
ผู้เล่นที่ลง{Ryusei Volcano, the Scorching}ไปแบทเทิลโซนเป็นผู้เลือก
ไม่ครับ จะไม่ติด Summoning Sickness และสามารถโจมตีได้ทันที
Psychic {ครีเจอร์} ที่ตื่นแล้วจะไม่ได้รับผลจาก Summoning Sickness แต่ถ้าในเทิร์นเดียวกันกลับด้านเป็นก่อนตื่นด้วย Release หรืออื่นๆ จะกลับมาติด Summoning Sickness และโจมตีไม่ได้
ไม่ได้ครับ ไม่สามารถเลือก {ครีเจอร์} ตัวเดียวกันซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง ต้องเลือก {ครีเจอร์} คนละตัวสำหรับแต่ละอารยธรรม แล้วทำลายพร้อมกัน
(General Rules 601.1g)
ได้ครับ ทำลาย{Hellsekai, the Grand Destruction}ตัวเองด้วยความสามารถ "เมื่อโจมตี" จากนั้น Dragon Evade เป็น{Hellclime, Purgatory Palace} เมื่อทำลาย {ครีเจอร์} ของคู่แข่ง{Hellclime, Purgatory Palace}จะ Dragon Solve กลับเป็น{Hellsekai, the Grand Destruction}อีกครั้ง แต่การโจมตีจะยุติลงเพราะได้ Dragon Evade ไปแล้ว
ไม่ได้ครับ ณ จุดที่ออกจากแบทเทิลโซน ยังมี {ครีเจอร์} ตัวอื่นอยู่ จึงไม่สามารถ Dragon Evade เป็น{Hellclime, Purgatory Palace}ได้
ใช่ครับ ติด Summoning Sickness
Dragheart Creature จะติด Summoning Sickness
เป็นความสามารถที่ Tap {ครีเจอร์} ของเราตามจำนวนที่กำหนด แล้วจ่ายคอสต์ที่กำหนดเพื่ออัญเชิญ {ครีเจอร์} ที่มี Mugen Climb จากมือหรือสุสาน เช่น ใช้ Mugen Climb 4 ของ{Genmu Emperor, Illusionary Dragon}ต้อง Tap {ครีเจอร์} ของเรา 4 ตัว แล้วจ่าย 4 แมน่าที่รวม {น้ำ} และ {ความมืด}
ไม่ได้ครับ ในสถานะที่อัญเชิญ {ครีเจอร์} ไม่ได้ จะไม่สามารถใช้ Mugen Climb ได้เลย จึงไม่สามารถ Tap {ครีเจอร์} หรือจ่ายคอสต์แมน่าได้
จะแก้ไขอันไหนก่อนก็ได้
(General Rules 101.4)
เป็นความสามารถที่เมื่อจั่วการ์ดที่มี Vivid Draw ระหว่างเทิร์นของเราก่อนเข้าขั้นตอนโจมตี สามารถหงายหน้าได้ และระหว่างที่หงายหน้าอยู่จะสามารถใช้ด้วยคอสต์ Vivid Draw ได้ ถ้าหงายแล้วไม่ใช้ จะคว่ำลงเมื่อจบเทิร์นและยังคงอยู่ในมือ
ไม่ได้ครับ ถ้าการ์ดที่หงายด้วย Vivid Draw ย้ายไปโซนอื่นที่ไม่ใช่มือแล้ว จะไม่สามารถใช้ด้วยคอสต์ Vivid Draw ได้
(General Rules 400.5)
เป็นความสามารถที่ทริกเกอร์เมื่อการ์ดออกจากชิลด์โซน เนื่องจากทริกเกอร์เมื่อการ์ดในชิลด์โซนออกไป จึงทริกเกอร์ด้วยเมื่อใช้การ์ดที่มี Galaxy Shield จากชิลด์เมื่อเริ่มเทิร์น หรือเมื่อปราสาทที่ติดตั้งอยู่ถูกวางไปสุสาน
ใช่ครับ จะทริกเกอร์ 2 ครั้ง
เป็นความสามารถที่ทริกเกอร์เมื่อ {ครีเจอร์} ของเราโจมตี ถ้าเป็นการโจมตีครั้งแรกของเทิร์น ถ้ามี {ครีเจอร์} ที่มี Abare Chain 3 ตัว การโจมตีครั้งแรกจะทริกเกอร์ Abare Chain ทั้ง 3 ตัว และสามารถเลือกลำดับการแก้ไขได้
(General Rules 506.3a 506.3c)
ไม่ได้ครับ เนื่องจากร่ายโดยไม่จ่ายคอสต์ จึงไม่สามารถ Tap ด้วย Mugen Climb ได้
(General Rules 601.1f)
ผู้เล่นเจ้าของเทิร์นปัจจุบันจะเล่นเทิร์นเพิ่มก่อน
(General Rules 500.5a)
ได้ครับ
(General Rules 605.1)
ได้ครับ
(General Rules 110.5a)
ใช่ครับ ทริกเกอร์พร้อมกัน แต่แก้ไขเอฟเฟกต์ทีละ 1 อัน
(General Rules 506.3)
เป็นความสามารถที่มีผลเมื่อเรามี {ครีเจอร์} หลายสี ทั้งนี้ Twinpact {ครีเจอร์} ที่ด้าน {ครีเจอร์} และ {สเปล} มีอารยธรรมต่างกัน เมื่ออยู่ในแบทเทิลโซนจะอ้างอิงเฉพาะด้าน {ครีเจอร์} จึงไม่ถือว่าเป็นหลายสี
เป็นความสามารถที่ทริกเกอร์เมื่อเพิ่มจากชิลด์โซนเข้ามือ โดยแสดงให้คู่แข่งดูแล้วเลือก {ครีเจอร์} ของคู่แข่ง 1 ตัวให้ไม่สามารถโจมตีได้
ไม่ได้ครับ Sasageeru ใช้ได้เฉพาะเมื่ออัญเชิญ Dispecter ของเราเท่านั้น
ได้ครับ เช่น ถ้ามี {ครีเจอร์} ที่มี Sasageeru 1 อยู่ 3 ตัว เมื่ออัญเชิญ Dispecter สามารถทำลายทั้ง 3 ตัวเพื่อลดคอสต์ลง 3
เป็นความสามารถที่เมื่ออัญเชิญ {ครีเจอร์} ที่มี Race Dispecter สามารถทำลาย {ครีเจอร์} ที่มี Sasageeru เพื่อลดคอสต์ตามจำนวนที่กำหนด {ครีเจอร์} ที่มี Sasageeru จะถูกทำลายก่อนที่ Dispecter จะลงแบทเทิลโซน
เป็นความสามารถที่เมื่อจะลงแบทเทิลโซน จะใช้ก่อนความสามารถ "เมื่อลงสนาม" โดยแทรกเข้ามาในระหว่างการแก้ไขเอฟเฟกต์ วางการ์ดบนสุดของเด็ค 1 ใบเป็นชิลด์ นี่เป็นเอฟเฟกต์กำหนดสถานะ เช่น ถ้าลง{Barodias, Connected Holy Demon King}ด้วย{Souryuu no Daichi}จะใช้ {EX Life} วางชิลด์ก่อน แล้วจึงใช้เอฟเฟกต์ Battle
ใช้หลังจาก {อีโวลูชั่นครีเจอร์} ลงแบทเทิลโซนแล้ว ถ้า {อีโวลูชั่นครีเจอร์} มีความสามารถ "เมื่อลงสนาม" สามารถเลือกลำดับการใช้ได้
ไม่ได้ครับ Shinka Power จะทริกเกอร์เฉพาะเมื่อวิวัฒนาการในแบทเทิลโซนเท่านั้น
เหมือนกับ {อีโวลูชั่นครีเจอร์} ปกติ วางทับบน {ครีเจอร์} ที่มี Race หรืออารยธรรมตามที่กำหนดแล้วลงแบทเทิลโซน
เป็นความสามารถที่เมื่อจะออกจากแบทเทิลโซน ให้เฉพาะการ์ดบนสุดเท่านั้นออกไปแทน {ครีเจอร์} ฐานวิวัฒนาการด้านล่างจะยังคงอยู่ในแบทเทิลโซน
คือความสามารถอย่าง Ninja Strike, Invasion, Mugetsu no Mon ฯลฯ ที่อาจทริกเกอร์ในโซนที่ไม่เปิดเผย
ความสามารถเหล่านี้แม้จะทริกเกอร์ในโซนเปิดเผย เช่น มานาโซนหรือสุสาน ก็ต้องประกาศการใช้เช่นเดียวกับเมื่อทริกเกอร์ในโซนที่ไม่เปิดเผย
เป็นความสามารถที่ทำให้สามารถวาง {อีโวลูชั่นครีเจอร์} ทับบน {ทามาซีด} ได้ เมื่อจะลง {อีโวลูชั่นครีเจอร์} หรือ NEO {ครีเจอร์} สามารถวิวัฒนาการจาก {ทามาซีด} ที่มี {Shinkarise} ได้
เช่น{Kokoroe of SMAPON}สามารถวิวัฒนาการเป็น{Miracle Miradante}ที่วิวัฒนาการจาก {ครีเจอร์} {แสง} หรือ{God Momoking, God Emperor Hero}ที่วิวัฒนาการจาก Rexstars ได้
เป็นประเภทการ์ดใหม่ เมื่อใช้จะลงแบทเทิลโซน หลังจากลงแล้วจะอยู่ในแบทเทิลโซนต่อไป แต่ต่างจาก {ครีเจอร์} คือไม่มีพาวเวอร์และไม่สามารถโจมตีได้
เนื่องจากไม่ใช่ {ครีเจอร์} แม้จะ Tap อยู่ก็จะไม่ถูก {ครีเจอร์} ของคู่แข่งโจมตี และไม่สามารถเลือกด้วยความสามารถที่ทำลาย {ครีเจอร์} เช่น{Demon Hand}ได้
S-MAX {อีโวลูชั่นครีเจอร์} คือ {อีโวลูชั่นครีเจอร์} แบบใหม่ที่ไม่ต้องมีฐานวิวัฒนาการ เนื่องจากเป็น {อีโวลูชั่นครีเจอร์} จึงไม่ติด Summoning Sickness ตั้งแต่เทิร์นที่ลงสนาม และไม่ตรงเงื่อนไข "{ครีเจอร์} ที่ไม่ใช่วิวัฒนาการ" ของ{Babelginus, the Magic Dragon}จึงไม่สามารถลงจากสุสานด้วยเอฟเฟกต์นั้น
ถ้ามี S-MAX {อีโวลูชั่นครีเจอร์} ตัวเดียวกันของเราอยู่ในแบทเทิลโซนตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป ต้องเหลือไว้ 1 ตัว แล้วคืนที่เหลือไปมือ
ทั้งหมดจะยังคงติดอยู่ Cross Gear และ Weapon ไม่ใช่การ์ดประกอบของ {ครีเจอร์} จึงไม่ถูกละเว้น แม้ {ครีเจอร์} ถูกผนึก Cross Gear ก็สามารถ Cross ไปยัง {ครีเจอร์} ตัวอื่นได้ และ Dragheart Weapon ก็สามารถ Dragon Solve ได้ถ้าตรงเงื่อนไข
แต่ Aura เป็นการ์ดประกอบของ {ครีเจอร์} ดังนั้นถ้า {ครีเจอร์} ถูกละเว้น Aura ที่ติดอยู่ก็จะถูกละเว้นด้วย
Element คือการ์ดที่สามารถลงแบทเทิลโซนแบบหงายหน้าได้ เช่น {ครีเจอร์}, {ทามาซีด}, Field เป็นต้น
เช่น เอฟเฟกต์ "เลือก Element ของคู่แข่ง 1 อัน แล้วทำลาย" สามารถเลือกทำลาย {ครีเจอร์}, {ทามาซีด}, Field ฯลฯ ของคู่แข่งที่อยู่ในแบทเทิลโซนได้
{สเปล} ที่ไม่สามารถลงแบทเทิลโซนจะไม่ถือว่าเป็น Element
(General Rules 316.1.)
Twinpact Card เป็นการ์ดที่มี 2 การ์ดรวมอยู่ใน 1 ใบ เมื่อจะใช้ให้เลือกด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ใช้ด้าน {ครีเจอร์} ของ{Bolzard Slasher / "Cutting for Love!!"}ต้องจ่าย 6 แมน่ารวม {ไฟ} ถ้าจะร่ายด้าน {สเปล} ต้องจ่าย 2 แมน่ารวม {ไฟ}
ไม่สามารถใช้ทั้ง 2 ด้านพร้อมกันได้
(General Rules 808)
ขึ้นอยู่กับสถานการณ์
ถ้าเมื่อจบเทิร์นของเราตรงเงื่อนไขที่จะเป็น {ครีเจอร์} จะถูกวางใต้เด็ค
แต่ถ้าเมื่อจบเทิร์นไม่ตรงเงื่อนไขที่จะเป็น {ครีเจอร์} จะไม่ถูกวางใต้เด็ค
เช่น อัญเชิญ{Jablood, the Evil Dragon}ด้วย Abyss Rush เมื่อจบเทิร์น ถ้าวาง {ครีเจอร์} ตัวอื่นที่ลงด้วย Abyss Rush ใต้เด็คก่อนจน {ครีเจอร์} หรือ {ทามาซีด} {ความมืด} เหลือไม่ถึง 3 ตัว{Jablood, the Evil Dragon}จะไม่เป็น {ครีเจอร์} แล้วจึงไม่ถูกวางใต้เด็ค
ได้ครับ เช่น ก่อน Battle ของ{Rinpao of the Speed Eating King}กับ {ครีเจอร์} ของคู่แข่งจะเริ่ม สามารถ Tap{Iwashimonz, One of the Stamps}ใช้ Dynamo เพิ่มพาวเวอร์และความสามารถให้{Chouetsu Man}ที่อยู่ในสถานะ Untap แล้วจึง Tap{Chouetsu Man}ใช้ Dynamo เพิ่มพาวเวอร์และความสามารถให้{Rinpao of the Speed Eating King}ได้
เมื่อแก้ไข Dynamo ทั้งหมดเสร็จ จึงแก้ไขความสามารถ "เมื่อ Tap" ของ{Iwashimonz, One of the Stamps}และ{Chouetsu Man} รวมถึงความสามารถ "เมื่อ Battle" ของ {ครีเจอร์} ที่รออยู่
หลังจากแก้ไขความสามารถที่รอทั้งหมดเสร็จ Battle จึงเริ่มจริงโดยเปรียบเทียบพาวเวอร์
เป็นความสามารถที่ใช้ได้เมื่อเริ่มเทิร์นของเรา ถ้ายังไม่เคยใช้ Shuukyoku Sengen ในเกมนี้ เช่น ถ้าใช้ Shuukyoku Sengen ของ{Golgini en Gels, the Rich Thunder Emperor}แล้ว ตลอดเกมนั้นจะไม่สามารถใช้ Shuukyoku Sengen ของ{Golgini en Gels, the Rich Thunder Emperor}ตัวที่ 2 หรือ{Bolshack Voljaak}ได้อีก
ถ้าเมื่อเริ่มเทิร์น Shuukyoku Sengen ทริกเกอร์แล้วไม่ได้ใช้เอฟเฟกต์ใดเลย จะทริกเกอร์อีกครั้งเมื่อเริ่มเทิร์นถัดไปและเลือกใช้ได้อีก
Shuukyoku Sengen ผู้เล่นแต่ละฝ่ายสามารถใช้ได้ 1 ครั้งต่อเกม
ได้ครับ ผู้เล่นสามารถเรียงการ์ดในมานาโซนของตัวเองใหม่ได้ตลอดเวลาตามต้องการ
แต่ระวังอย่าให้การ์ดคว่ำหน้าปนกับชิลด์
(General Rules 405.3.)
การ์ดคว่ำหน้าในมานาโซนจะถือว่าเป็นการ์ดคอสต์ 0, ไม่มีสี และมีค่าแมน่า 1 เมื่อ Tap เพื่อจ่ายคอสต์ จะให้แมน่าไม่มีสี 1
เราสามารถตรวจสอบด้านหน้าของการ์ดคว่ำในมานาโซนของเราได้ตลอดเวลา แต่คู่แข่งไม่สามารถดูได้
ขณะที่คว่ำหน้าอยู่ ข้อมูลด้านหน้าจะไม่ถูกอ้างอิงด้วยเอฟเฟกต์ เช่น แม้ด้านหน้าจะเป็น {ครีเจอร์} ก็ไม่สามารถลงด้วยเอฟเฟกต์อย่าง{Doumou naru Daichi}ที่ลง {ครีเจอร์} จากมานาโซน และแม้ด้านหน้าจะเป็น {ความมืด} ก็จะถูกวางไปสุสานด้วยความสามารถ "เมื่อลงสนาม" ของ{Dorballom, Lord of Demons}
ไม่ได้ครับ
ผู้เล่นไม่สามารถดูด้านหน้าของการ์ดคว่ำในมานาโซนของคู่แข่งได้
(General Rules 405.4a)
ปัจจุบัน ประเภทการ์ดที่ถือว่าเป็น Element มีดังนี้:
{ครีเจอร์}, Cross Gear, Weapon, Fortress, Heartbeat, Field, Aura, Artifact, {ทามาซีด}
เมื่อจะอัญเชิญ {ครีเจอร์} ที่มี Hyper Energy สามารถ Tap {ครีเจอร์} ของเราในแบทเทิลโซนที่มีคอสต์ต่างกันได้กี่ตัวก็ได้ ทุก 1 ตัวที่ Tap จะลดคอสต์อัญเชิญลง 2
เช่น อัญเชิญ{Elborom Happy, Night of Joy}โดย Tap {ครีเจอร์} คอสต์ 2 และคอสต์ 3 จะลดคอสต์รวม 4 เหลืออัญเชิญด้วยคอสต์ 3
ความสามารถนี้ไม่สามารถ Tap {ครีเจอร์} คอสต์เดียวกันมากกว่า 1 ตัว เช่น ไม่สามารถ Tap {ครีเจอร์} คอสต์ 2 จำนวน 2 ตัวได้
"เล่น" เป็นคำรวมที่หมายถึงการใช้การ์ดในเกม เช่น การ "อัญเชิญ" {ครีเจอร์} หรือ "ร่าย" {สเปล}
เช่น ถ้าเล่นการ์ด {ครีเจอร์} อย่าง{Ragnarok, the Clock}ด้วย {S・Trigger} {ครีเจอร์} นั้นจะถูกอัญเชิญ ถ้าเล่นการ์ด {สเปล} อย่าง{Evolution Blueprint}{สเปล} นั้นจะถูกร่าย
เป็น Twinpact Card ที่มี Field 2 อันอยู่ในการ์ด 1 ใบ
เมื่อจะเล่นให้จ่ายคอสต์ด้านใดด้านหนึ่ง แล้วลงแบทเทิลโซนโดยหงายด้านนั้นขึ้น
(เช่น จะเล่นด้าน{Niga=Abshume, Wicked Road of Greed}ของ{Niga=Abshume, Wicked Road of Greed / Gokukiyajou, Wicked Road of Domination}ต้องจ่าย 5 แมน่ารวม {ความมืด} แล้วลงแบทเทิลโซนโดยหงายด้าน{Niga=Abshume, Wicked Road of Greed}ขึ้น)
ขณะที่อยู่ในแบทเทิลโซนเป็น Field จะอ้างอิงเฉพาะข้อมูลของด้านที่หงายขึ้นเท่านั้น
(ขณะที่{Niga=Abshume, Wicked Road of Greed}หงายขึ้น จะถือว่าเป็น{Niga=Abshume, Wicked Road of Greed}เท่านั้น คอสต์และความสามารถของด้าน{Gokukiyajou, Wicked Road of Domination}จะไม่มีผล)
WD Field สามารถเปลี่ยนด้านได้ด้วยเอฟเฟกต์ โดยพลิกการ์ดกลับด้านให้อีกด้านหงายขึ้น
({Niga=Abshume, Wicked Road of Greed}สามารถเปลี่ยนเป็นด้าน{Gokukiyajou, Wicked Road of Domination}ได้เมื่อ {ครีเจอร์} ของเราจะถูกทำลาย โดยพลิกให้{Gokukiyajou, Wicked Road of Domination}หงายขึ้น)
จะถูกวางไป Hyperdimension Zone {ครีเจอร์} ย้ายจากแบทเทิลโซนไปโซนอื่น แต่ Weapon ที่ติดตั้งอยู่จะยังคงอยู่ในแบทเทิลโซน แต่เนื่องจาก Weapon ไม่สามารถอยู่ในแบทเทิลโซนเดี่ยวๆ ได้ จะถูกวางไปสุสานด้วยกระบวนการสถานะ แล้วจึงกลับไป Hyperdimension Zone
(General Rules 117.1., 703.4m)
เป็นความสามารถแบบ Static ที่ทำงานขณะ {ครีเจอร์} ที่มี Z Rush อยู่ในแบทเทิลโซน เมื่อชิลด์ของเราหรือคู่แข่งออกไป จะปลดล็อก Hyper Mode ของ {ครีเจอร์} นั้นจนถึงเริ่มเทิร์นถัดไปของเรา
เมื่อชิลด์ออกไป เอฟเฟกต์จะมีผลทันทีและ Hyper Mode จะถูกปลดล็อก
เช่น เมื่อ{Chakra Del Fin, Yggdrasil Y}ของเราเบรคชิลด์ของคู่แข่ง ก่อนที่คู่แข่งจะใช้ {S・Trigger}{Chakra Del Fin, Yggdrasil Y}จะปลดล็อก Hyper Mode ด้วย Z Rush ทำให้ความสามารถ Hyper Mode "คู่แข่งไม่สามารถร่าย {สเปล} คอสต์ 5 หรือน้อยกว่า" มีผล ดังนั้นแม้ชิลด์ที่ถูกเบรคจะเป็น {S・Trigger} {สเปล} คอสต์ 5 หรือน้อยกว่า เช่น{Cyber Brain}คู่แข่งก็ร่ายไม่ได้
และถ้าชิลด์ที่เบรคเป็น{Nekketsu no Kizuna}ก็ไม่สามารถทำลาย{Chakra Del Fin, Yggdrasil Y}ที่ปลดล็อก Hyper Mode แล้วด้วย "เลือก {ครีเจอร์} ของคู่แข่งพาวเวอร์ 6000 หรือน้อยกว่า 1 ตัว แล้วทำลาย" ได้
สามารถอ่านกฎการเล่น Duel Masters ฉบับแปลไทยแบบละเอียดได้ที่ลิงก์ด้านล่าง
อัปเดตตามเวอร์ชันล่าสุดจาก Takara Tomy